“อนุทิน” ประกาศเป้าหมาย สส. ทะลุ 200 ที่นั่ง! ลั่นต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น มั่นใจกวาดที่นั่งพรรคร่วมเดิม-เปิดทางจับมือได้ทุกขั้วรวมถึง “พรรคประชาชน” ย้ำไม่เอาแค่คนทำผิดกฎหมาย
เมื่อเวลา 08.25 น. วันที่ 2 ก.พ. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ดำเนินรายการโดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา
โดยผู้ดำเนินรายการถามถึงเป้าหมายการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะได้ สส. กี่ที่นั่ง นายอนุทิน ระบุว่า คาดว่าจะได้มาเป็นจำนวนมาก เมื่อถูกถามย้ำว่าหมายถึงการเป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเป้าหมาย พร้อมเล่าว่า บิดาสอนมาตั้งแต่เด็กว่า หากลงแข่งขันอะไรก็พยายามเป็นที่หนึ่ง อย่าเป็นที่สอง เพราะที่สองคนมักจะลืม แต่หากไม่สามารถเป็นที่หนึ่งในการเลือกตั้งได้ ก็ต้องพยายามเป็นที่หนึ่งในขั้วการเมืองนั้น ๆ ตามกระบวนการในระบอบรัฐสภาและประชาธิปไตย
เมื่อถามย้ำว่ามีความเชื่อมั่นหรือไม่ว่าจะเป็นที่หนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเชื่อมั่น
เมื่อถามว่าขั้วการเมืองของนายอนุทินมีใครบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า มีทุกขั้ว และเมื่อถูกถามต่อว่ารวมถึงพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แม้กระทั่งพรรคประชาชน ตนก็ไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม โดยหัวหน้าพรรคประชาชนเคยกล่าวว่าไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่เคยพูดว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย
ผู้ดำเนินรายการถามต่อว่า หากพรรคประชาชนได้อันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอคิดออปชันนี้ก่อน พร้อมย้ำว่าตนมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง และเมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ครับ”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส. ประมาณ 180 ที่นั่ง นายอนุทิน หัวเราะก่อนตอบว่า “ผมประเมินสูง” และเมื่อถามย้ำว่าจะมากกว่า 180 ที่นั่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากพูดออกไปจะมีคนโจมตีว่าพรรคเว่อร์เกินไป เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่หมั่นไส้ง่าย
เมื่อถามว่าจะได้เกิน 200 ที่นั่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นั่นเป็นเป้าหมายและเป็นสิ่งที่พรรคเชื่อมั่น โดยพรรคส่งผู้สมัครกว่า 300 เขต และมีผู้สมัครที่เคยเป็น สส. และชนะการเลือกตั้งมาแล้ว 160 เขต อีกประมาณ 70 เขตเป็นผู้สมัครที่เฉียดชนะ โดยขาดคะแนนเพียง 400-1,000 คะแนน
เมื่อถามถึงจำนวน สส. บัญชีรายชื่อ นายอนุทิน กล่าวว่า คาดหวังไว้ที่ประมาณ 10-15 ที่นั่ง โดยประเมินในระดับต่ำ พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคได้ปรับกระบวนทัพ และอาศัยผลงานจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงเวลาที่ผ่านมา
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งรอบนี้พรรคประชาชนจะไม่แรงเท่าปี 2566 ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก็มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และอยู่ในช่วงวัยเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกช่วงวัยได้
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคที่ไปดูนโยบายหรือขุดคุ้ยประวัติผู้สมัครพรรคอื่นเพื่อนำมาด้อยค่า หรือวิพากษ์วิจารณ์เสียดสี เพราะพรรคไม่มีแนวทางเช่นนั้น
เมื่อถูกถามว่ามีอะไรจะสื่อสารถึงพรรคประชาชนโดยตรงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีความเคียดแค้นส่วนตัว และไม่เคยปิดทางใคร สิ่งเดียวที่ไม่เอาคือคนที่ทำผิดกฎหมาย คนที่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ดี หรือไม่ประกอบอาชีพสุจริต แต่ต้องมีกฎหมายเป็นตัวชี้ขาด
ผู้ดำเนินรายการถามถึงกำหนดการในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นจะตระเวนดูสถานการณ์ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดหวังไว้สูง อาจเดินทางต่อไปยัง จ.ศรีสะเกษ ก่อนกลับกรุงเทพฯ ในช่วงค่ำ โดยทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะลงพื้นที่ในลักษณะนี้
เมื่อถามว่าจะตั้งรัฐบาลในวันเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาประมาณ 20.00 น. น่าจะทราบผลแล้วว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามถึงพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ว่าพรรคใดน่าสนใจกว่ากัน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องรอดูผลการเลือกตั้ง และเมื่อถูกถามย้ำว่าหากสองพรรคไม่สามารถร่วมรัฐบาลกันได้ จะเลือกพรรคใด นายอนุทิน กล่าวว่า หากตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลก็จะเป็นผู้กำหนด แต่ขอยังไม่ระบุ เนื่องจากยังไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจน
นายอนุทิน ย้ำว่า ในทางปฏิบัติเมื่อถึงเวลาจริงจะมีทางออกเสมอ โดยยืนยันว่าไม่มีเอาสีเทา ไม่มีเอาสีดำ และไม่เอาคนที่ทำผิดกฎหมาย หรือคนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ซึ่งตนไม่เคยฝืนเสียงประชาชน




















