“มาร์ค” ควงหลานชาย “ถาวร เสนเนียม” ลงพื้นที่อุทยานนกน้ำคูขุด อ้อนขอคะแนนสงขลาเขต 4 ชูการเมืองสุจริตสู้ธุรกิจสีเทา ชี้เขตนี้คือบททดสอบสำคัญ แซะคู่แข่งถูก ปปง. ยึดทรัพย์แต่ยังกล้าลงสมัคร ย้ำมาตรฐานนักการเมืองต้องสูงกว่ากฎหมาย พร้อมตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาลต้องไร้ทุจริต-ไม่ถูกครอบงำ
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สวมเสื้อสีเทาที่มีข้อความ “เสื้อเทา คนไม่เทา” พร้อมคณะพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่อุทยานนกน้ำคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหลานชายของ นายถาวร เสนเนียม อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาขอถ่ายภาพร่วมและขอลายเซ็นจากนายอภิสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
นายอภิสิทธิ์ ได้ขึ้นปราศรัยนำเสนอผลงานที่ผ่านมา รวมถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกล่าวย้ำตอนหนึ่งว่า เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดสงขลา ถือเป็นบททดสอบสำคัญ เนื่องจากช่วงที่ตนเว้นวรรคทางการเมือง มีประชาชนจำนวนหนึ่งสะท้อนว่าไม่อยากให้กลับมาทำการเมือง เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีการใช้เงินในการเลือกตั้งสูงที่สุด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายสิทธิพัฒน์ ต้องแข่งขันกับผู้สมัครรายหนึ่ง ซึ่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิจารณายึดทรัพย์ อันมีที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย โดยตนเห็นว่า การตัดสินใจของประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้ จะเป็นสัญญาณสำคัญต่อประชาชนทั้งประเทศ
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แม้ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และตามกฎหมายยังถือว่าบุคคลดังกล่าวไม่ผิด แต่ในมาตรฐานทางการเมืองที่ดีทั่วโลก นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่ามาตรฐานของกฎหมาย
“นี่ไม่ใช่การกล่าวหาเลื่อนลอย เพราะเรื่องไปถึงขั้นส่งศาลแล้ว และหากศาลมีคำพิพากษายึดทรัพย์ ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง สส. ด้วย คำถามคือ พี่น้องชาวสงขลาจะเลือกคนแบบนี้เข้าสภาหรือไม่ หรือจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่เริ่มต้นทำงานเป็นผู้แทนที่ดี สร้างการเมืองสุจริต หากประชาชนให้โอกาส ผมเชื่อว่าในอนาคต นายสิทธิพัฒน์ จะเป็น สส. ที่ดูแลอนาคตของพื้นที่ได้อย่างยาวนาน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดสงขลาว่า แม้ผลโพลจะออกมาดี แต่รองหัวหน้าพรรคฯ สะท้อนว่า เมื่อคู่แข่งลงพื้นที่หาเสียง มักขอให้ประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในระบบบัญชีรายชื่อ เบอร์ 27 แต่ขอคะแนน สส. เขตให้กับตน ซึ่งตนเห็นว่า คนใต้ใจเดียวไม่สามารถแบ่งให้ใครได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การกลับมาพบพี่น้องชาวสงขลาครั้งนี้ ต้องการเห็นการเมืองเดินไปข้างหน้า หลังจากที่ผ่านมา ประเทศติดอยู่กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถูกทุนเทาครอบงำ นักการเมืองสนใจดีลลับ การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ มากกว่าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ส่งผลให้พื้นที่เสื่อมโทรม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
“ถึงเวลาแล้วที่ต้องยุติการเมืองแบบนี้ ขอพี่น้องชาวใต้ร่วมกันไล่ทุนเทา ไล่คนซื้อเสียงออกไปจากภาคใต้ และเริ่มต้นใหม่ด้วยการเมืองสุจริต” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมกลับมาทำงาน หากได้รับความไว้วางใจให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็พร้อมผลักดันทันที และหากต้องเข้าร่วมรัฐบาล จะต้องมีเงื่อนไขชัดเจน คือไม่ทุจริต ไม่มีนโยบายสร้างความขัดแย้ง ไม่ถูกครอบงำ และต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุนเทา




















