หน้าแรกHighlight“สุริยะ”โต้ปมซื้อเครื่องบินเจ็ตหรู800ล้าน แจงยื่นป.ป.ช.ถือครอง30ล้านตามสัดส่วน

“สุริยะ”โต้ปมซื้อเครื่องบินเจ็ตหรู800ล้าน แจงยื่นป.ป.ช.ถือครอง30ล้านตามสัดส่วน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ผอ.เลือกตั้งเพื่อไทยชี้แจงกรณีถูกพาดพิงซื้อต่อเครื่องบินส่วนตัวจากนักธุรกิจต่างชาติที่ ป.ป.ง.อายัดทรัพย์ ย้ำมูลค่าเครื่อง 862 ล้านบาทนำเข้า-ชำระภาษีครบถ้วนตั้งแต่ ก.ย.67 ระบุแจ้ง ป.ป.ช.ตามกฎหมายแล้ว ส่วนที่เหลือถือครองโดยญาติพี่น้อง พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาใช้เครื่องบินลำเลียง “กระสุนการเมือง” ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีเพจ CSI LA เปิดเผยข้อมูลนักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรี ชื่อย่อ “Big ส.” ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติ ซึ่งถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ออกคำสั่งอายัดทรัพย์เกี่ยวกับคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องบินดังกล่าวมีมูลค่าจริงราว 800 ล้านบาท แต่กลับแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าซื้อมาเพียง 30 ล้านบาท

นายสุริยะกล่าวว่า ในช่วงเวลานั้นตนต้องการมีเครื่องบินไว้ใช้งาน และได้พูดคุยกับเพื่อน ก่อนที่เพื่อนจะแนะนำว่า นายเบน สมิธ กำลังจะขายเครื่องบินลำดังกล่าว จึงนำไปสู่การซื้อขายในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2567 โดยระบุว่า “เรื่องมีแค่นั้น”

นายสุริยะยืนยันว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีมูลค่ารวม 862,191,500 บาท ซึ่งได้ดำเนินการนำเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 พร้อมระบุว่า ใช้เครื่องบินดังกล่าวในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และใช้บินครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568

ส่วนประเด็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. นายสุริยะกล่าวว่า ตนถือครองทรัพย์สินในเครื่องบินลำนี้ตามสัดส่วนมูลค่า 30 ล้านบาท และได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ขณะที่มูลค่าที่เหลืออีกกว่า 832 ล้านบาท เป็นการถือครองโดยกลุ่มญาติพี่น้องตามสัดส่วน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อกล่าวหาที่ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกใช้ลำเลียง “กระสุนทางการเมือง” ไปยังพื้นที่เป้าหมายในภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง สส. นายสุริยะกล่าวว่า เป็นการโจมตีและกล่าวหาทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เพื่อทำลายความเชื่อมั่น พร้อมยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอน.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

หยุด!!!…วงจรอัปยศ

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img