ภท. รอ กกต. รับรองผล 100% ก่อนเปิดดีล! “พิพัฒน์” มั่นใจแก้ รธน. เดินหน้าแน่ หลังเสียงข้างมากทั่วประเทศผ่านฉลุย
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนแล้วประมาณ 95% และต้องการรอให้เกิดความชัดเจนทั้งหมดก่อน จึงจะเริ่มหารือ โดยย้ำว่าการตัดสินใจขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะกรรมการบริหารพรรค
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองความเหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งน้อยยิ่งดีหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่ต้องดูว่าองค์ประกอบใดจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงานต่อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พร้อมระบุว่า ตัวเลขที่เหมาะสมควรอยู่ใกล้เคียง 300 ที่นั่ง
เมื่อถามว่า คำว่า “เสถียรภาพ” นอกจากจำนวนเสียงแล้ว จำเป็นต้องดูรายชื่อพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น และมองว่าไม่ใช่ข้อจำกัด เพราะสุดท้ายต้องพิจารณานโยบายที่แต่ละพรรคใช้หาเสียงที่ผ่านมา ว่ามีจุดใดขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หากไม่ขัดแย้งก็สามารถพูดคุยและหารือกันได้
ส่วนกรอบเวลาในการจัดตั้งรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ กกต.ที่จะรับรองผล ส.ส.เขตให้เรียบร้อย หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้เจรจา
เมื่อถามถึงความกังวลกรณีบางพื้นที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การนับใหม่อาจเกิดจากความผิดพลาดภายในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรรมการประจำหน่วย หรือผู้สนับสนุนบางฝ่ายที่ยังไม่มั่นใจ จึงเรียกร้องให้นับใหม่ มองว่าเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ และต้องทำให้ชัดเจน
สำหรับผลเลือกตั้ง ส.ส.ภาคใต้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปตามเป้าหมาย 31 ที่นั่ง โดยพรรคพยายามอย่างเต็มที่ แม้มีบางส่วนที่น่าเสียดาย แต่ภาพรวมเป็นไปตามสถิติ เนื่องจาก ส.ส.เดิมหายไป 8 คน แต่มี ส.ส.หน้าใหม่เข้ามาชดเชยในส่วนที่ขาด
เมื่อถามถึงกรณีผลประชามติในภาคใต้ที่มีเสียงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดในระดับพื้นที่ แต่จากภาพรวมพบว่า ผู้ลงคะแนนเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญประมาณ 19 ล้านคน ขณะที่ไม่เห็นด้วยประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งถือว่ามีความชัดเจนอยู่แล้วว่า “ต้องแก้” พร้อมขออย่ามองแยกเป็นรายภาค แต่ควรดูภาพรวมของประเทศมากกว่า




















