รองหัวหน้าพรรคประชาชนระบุ หากเป็นรหัสซ้ำเพื่อยืนยันบัตรจริง “ไม่เป็นปัญหา” แต่หากเป็นรหัสเฉพาะเชื่อมถึงต้นขั้วได้ อาจทำให้รู้ว่าใครโหวตอะไร เข้าข่ายผิด รธน.มาตรา 85 และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.มาตรา 96
เมื่อวันที่ 13 ก.พ.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และอดีต สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นกรณีบาร์โค้ดและ QR Code ที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ทั้งบัตรสีเขียว (เลือก สส.เขต) และบัตรสีชมพู (เลือก สส.บัญชีรายชื่อ) โดยระบุว่าเป็น “เรื่องใหญ่” ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะนิ่งเฉยไม่ได้
นายวิโรจน์ระบุว่า ประเด็นดังกล่าว “พิสูจน์ง่ายมาก” โดยชี้ว่า หากบาร์โค้ดหรือ QR Code เป็น “รหัสซ้ำ” ที่บัตรทุกใบใช้รหัสเดียวกัน เพื่อยืนยันว่าเป็นบัตรเลือกตั้งจริง ก็ถือว่าไม่เป็นปัญหา
อย่างไรก็ตาม หากรหัสดังกล่าวเป็น “รหัสเฉพาะ” (Unique Running Code) ที่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งแต่ละใบได้ จะทำให้ทราบได้ทันทีว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่ละคนลงคะแนนเลือกอะไร ซึ่งจะเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นความลับ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ที่ห้ามทำเครื่องหมายบนบัตรเลือกตั้งเพื่อเป็นที่สังเกต
นายวิโรจน์ย้ำว่า หากบัตรแต่ละใบมีรหัสเฉพาะที่ไม่ซ้ำ และรหัสนั้นตรงกับต้นขั้วที่มีลายเซ็นของผู้มาใช้สิทธิ์ ก็จะสามารถระบุตัวผู้ใช้สิทธิ์ได้ว่า “แต่ละคนโหวตอะไร”
ทั้งนี้ นายวิโรจน์เรียกร้องให้ กกต. ออกมาชี้แจง โดยเสนอให้ “นำบัตรพร้อมต้นขั้วของบัตรที่ยังไม่ใช้ มาสแกนบาร์โค้ดให้สื่อมวลชนดู” เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่า กกต.เข้าข่ายทำผิดกฎหมายหรือไม่




















