“วิโรจน์” อัด กกต. ละเมิดรัฐธรรมนูญ หลังบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดระบุตัวตนได้ หวั่นกลายเป็นเครื่องมือกลุ่มอิทธิพลใช้เช็กบิลคนกาบัตร ทำลายเสรีภาพในคูหาจนประชาชนหวาดระแวง
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ระบบที่ไม่ลับ คือการคุกคามประชาชน การที่ กกต. ออกมายอมรับว่า บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด ที่ทำให้ตรวจสอบได้ว่า ประชาชนคนไหนเลือกอะไร นั่นเท่ากับว่า กกต. ยอมรับแล้วว่า ระบบการเลือกตั้งที่จัดโดย กกต. นั้นไม่เป็นความลับอีกต่อไป เพราะระบบการเลือกตั้งที่เป็นความลับ จะต้องไม่มีใครที่สามารถรู้หรือตรวจสอบได้เลยว่าบัตรเลือกตั้งใบไหนเป็นของใคร ซึ่งระบบการเลือกตั้งที่เป็นความลับ เป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย ที่ต้องการปกป้องคุ้มครองการใช้สิทธิของประชาชน ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าทุกคนจะมีเสรีภาพในการเลือก โดยปราศจากการคุกคาม ของผู้ใด ระบบที่ไม่เป็นความลับ ที่ตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไร ต่อให้ความลับยังไม่แตก แต่ระบบที่ไม่ลับ ผู้มีอิทธิพลก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการข่มขู่ประชาชนได้ เช่น การขู่ประชาชนว่า เช็คบาร์โค้ดได้ว่า ใครกาอะไรบ้าง รู้แล้วกันว่าใครรับเงินแล้วไม่กาเลือก จากนั้นก็ส่งคนไปทำร้ายคนที่เป็นปรปักษ์ในพื้นที่ แล้วอ้างว่ารู้ว่าคนนั้นรับเงินแล้วไม่เลือกแค่นี้ประชาชนในพื้นที่ก็หวาดระแวงกันแล้ว คนที่รับเงินซื้อเสียงก็จะไม่กล้าที่จะกาให้เบอร์อื่น
นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า กกต. เข้าใจหรือยัง ว่าเหตุใดรัฐธรรมนูญ จึงต้องกำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นระบบที่เป็นความลับ ที่ไม่มี “ผู้ใด” แม้แต่ กกต. รู้ หรือตรวจสอบได้ว่าใครเลือกอะไร ถ้าระบบการเลือกตั้งเป็นความลับ ต่อให้ผู้มีอิทธิพลจะขู่อย่างไรว่า รู้ว่าใครรับเงินแล้วไม่กา ประชาชนก็จะไม่เชื่อ ซึ่งจะทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้สิทธิของตนในคูหาเลือกตั้งได้อย่างเสรี ผมจึงต้องย้ำว่า การที่ กกต. ทำให้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด จึงไม่ใช่แค่การทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต แต่เป็นการละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน ละเมิดรัฐธรรมนูญ




















