ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” และทีมสอบสวนดีเอสไอ รวม 3 คน ชี้ไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังถูก “พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม” ยื่นฟ้องอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งรื้อฟื้นคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ โดยใช้พยานหลักฐานเท็จ ศาลระบุอุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น การกระทำของจำเลยเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ตลิ่งชัน ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำอท.114/2562 ที่พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 (อดีตผบช.ภ.5) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหัวหน้าพรรคประชาชาติ , พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และ พ.ต.ท.เบญจพล จันทวรรณ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งหมดตำแหน่งขณะนั้น รวม 3 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อ พ.ศ.2552 พ.ต.อ.ทวี อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)กับพวก รวม 3 คน ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 4/2547 ได้ร่วมกันสอบสวนดำเนินคดี พล.ต.ท.สมคิด กับพวก รวม 5 คน ผู้ต้องหา คดีร่วมกันฆ่า นายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย โดยสอบสวน พ.ต.ท.สุวิชชัย หรืออัคควุธ แก้วผลึก เป็นพยาน พร้อมอ้างแหวนทองวัตถุพยาน ของกลางเป็นพยานหลักฐานใหม่ เพื่อสอบสวนรื้อฟื้นดำเนินคดี พล.ต.ท.สมคิด กับพวก ทั้งที่ไม่มีพยานหลักฐานที่จะรับฟังได้ว่าผู้ต้องหากับพวกร่วมกันกระทำความผิด
อีกทั้งในการสอบสวนพยาน ทั้งที่เป็นจำเลยหลบหนีหมายจับตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอุทธรณ์ (จังหวัดมีนบุรี) ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ในคดีร่วมกันฆ่า นายฉัตรดำรงพรรณ ไชยเฉลิมภัค เชื้อพระวงศ์ลาว โดยมีพฤติการณ์ส่อว่าจูงใจ ต่อรองเพื่อให้พยานกลับคำให้การจากเดิมเป็นพยานบอกเล่าไม่เห็นเหตุการณ์ เปลี่ยนเป็น
กลับคำให้การว่าเห็นเหตุการณ์ ขณะที่ผู้ต้องหากับพวกกระทำผิด พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด กับพวก เป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีหมายเลขดำที่ อ.119/2553 ข้อหาร่วมกันฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่
คดีนีทั้งศาลอาญา ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกามีคำพิพากษายืนยกฟ้อง ให้ยก พล.ต.ท.สมคิด กับพวก
พล.ต.ท.สมคิดจึงนำคดีมายื่นฟ้อง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กับพวก รวม 3 คน ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าพนักงาน และพนักงานสอบสวน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อจะแกล้งให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องรับโทษต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ
คดีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิเคราะห์แล้ว พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสาม
โจทก์ยื่นอุทธรณ์
วันนี้ ผู้รับมอบฉันทะโจทก์ ทนายโจทก์ จำเลยทั้งสาม พร้อมทนายความมาศาล
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือและพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสามมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืนยกฟ้อง




















