สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นำทีมครอบครัวเยี่ยมทักษิณที่คลองเปรม หลัง กกต. รับรอง สส. ครบ 400 เขต ยืนยันสุขภาพอดีตนายกฯ ยังดี ส่วนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและการปฏิเสธเก้าอี้ รมต. ของบุตรชาย ให้เป็นเรื่องของพรรคและเจ้าตัวตัดสินใจ ตนขออยู่ห่างๆ ในฐานะผู้ใหญ่ที่คอยสนับสนุน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ “เจ๊แดง” ภรรยา และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายคนโตของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ในฐานะพี่เขยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางด้วย
การเยี่ยมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 41 โดยปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 5 เดือน 10 วัน
บรรยากาศช่วงเช้า กลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมารอต้อนรับบริเวณด้านหน้าเรือนจำ ก่อนที่นายสมชาย นางเยาวภา และนายบรรณพจน์ จะยิ้มทักทายและยกมือไหว้ตอบรับ ก่อนเข้าไปเยี่ยมนายทักษิณ โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ใด ๆ
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตา ท่ามกลางกระแสข่าวว่า ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย อาจไม่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลที่จะจัดตั้งโดยพรรคภูมิใจไทย
ต่อมาเวลา 11.30 น. ภายหลังใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที นายสมชาย เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า วันนี้มาเยี่ยมตามปกติ เนื่องจากไม่ได้พบกันมานาน จึงคิดถึงและเป็นห่วง พร้อมยืนยันว่า สุขภาพนายทักษิณยังแข็งแรงดี ไม่มีปัญหา
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ ศ.ดร.ยศชนัน ปฏิเสธไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี นายสมชาย กล่าวว่า เป็นเรื่องของการเมืองและเป็นเรื่องของพรรคที่จะต้องหารือกัน ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะต้องรู้จักหน้าที่ หลังจากออกมาแล้วก็วางตัวเฉย ๆ มีเพียงให้กำลังใจกันในฐานะครอบครัว
นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ศ.ดร.ยศชนัน ไม่ค่อยนำเรื่องการเมืองมาปรึกษาครอบครัว เนื่องจากต้องปรึกษาภายในพรรคเป็นหลัก โดยเมื่ออยู่บ้านจะใช้เวลารับประทานอาหารร่วมกัน ดูแลกัน และให้กำลังใจกันตามประสาคนในครอบครัว
เมื่อถามว่า หากไม่รับตำแหน่งจะเป็นการเสียดายโอกาสหรือไม่ นายสมชาย ส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมระบุว่า เป็นการตัดสินใจของเจ้าตัว ครอบครัวไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือร่วมตัดสินใจ เพราะทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เมื่อถามถึงมุมมองส่วนตัวกรณีเพื่อไทยเข้าร่วมกับภูมิใจไทย นายสมชาย กล่าวว่า ทราบตามข่าวเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป และมองว่าเป็นเรื่องการทำงานเพื่อบ้านเมือง หากสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็ควรทำ พร้อมย้ำว่า ครอบครัวทำได้เพียงยืนดูและให้กำลังใจเท่านั้น




















