“บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” โพสต์เดือดสวนกระแสกูรูการเมืองไทย ใช้หลัก “กาลามสูตร” เตือนสติอย่าเชื่อข่าวลือ ชี้ชัดเหตุที่ต้องมีบาร์โค้ดเพื่อแยกบัตรปลอมออกจากบัตรดี พร้อมเปิดลานจอดรถทัวร์รอรับทุกสีเสื้อ!
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงเรื่องข้อถกเถียงเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งสส. ว่า ประเทศไทยมีกูรูมากมาย มีเรื่องอะไรก็ออกมาให้ความเห็นกันอย่างแพร่หลาย ตนขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่กูรู และไม่เชื่อกูรูคนใดทั้งสิ้น ตนเชื่อกาลามสูตรของพระพุทธเจ้าที่ว่าอย่าเชื่อข่าวลือ อย่าเชื่อตรรกะ อย่าเชื่อตำรา อย่าเชื่อเพราะเป็นกูรู (ครู) อย่าเชื่อเพราะเป็นศาสดา ฯลฯ แต่ให้เชื่อ เมื่อพิจารณาด้วยปัญญาจนรู้ได้ด้วยตนเองว่าสิ่งนั้นดี หรือชั่ว เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ เรื่องคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่าขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่า การเลือกตั้งสส.ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ซึ่งกูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง “เหาะเกินลงกา“ ว่า “ลับ” หมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก
นายบวรศักดิ์ ระบุอีกว่า การเลือกตั้งโดยลับ มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นอิสระและคุ้มครองเสรีภาพของผู้เลือกตั้งในการเลือกคนที่รัก และพรรคที่ชอบ คุ้มครองเสรีภาพในความคิดและเสรีภาพทางการเมือง และยังสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นแก่ความเป็นผู้แทนราษฎรของผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในระบอบการเมือง การคุ้มครองความเป็นอิสระและเสรีภาพเหล่านี้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้เลือกตั้งตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง คุ้มครองผู้เลือกตั้ง ให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรคการเมือง แต่การเมืองที่แข่งขันกันสูง ผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างประเทศและในประเทศไทย ก็อาจใช้วิธีการทุกชนิดเพื่อให้ตนได้รับเลือกตั้ง วิธีการเหล่านั้นจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของกกต.ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
นายบวรศักดิ์ ระบุอีกว่า ตัวอย่าง เช่นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 พรรคเสรีมนังคศิลาชนะเลือกตั้ง โดยวิธีการเอาบัตรเลือกตั้งที่กาเองไปใส่ลงในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า”ไพ่ไฟ“ หรือ ขนคนให้ย้ายคนให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเลือกตั้งที่ตัวเองอาจแพ้ เพื่อลงคะแนนให้ตนเอง ซึ่งเรียกว่า “พลร่ม” การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาสิบกว่าปี ก็มีข่าวว่าในจังหวัดหนึ่งใกล้กรุงเทพมีการเอาบัตรเลือกตั้งไปใส่หีบในหน่วยเลือกตั้งที่คนเลือกตั้งน้อย เมื่อใส่ลงไปในหีบแล้ว “ไพ่ไฟ“ ของผู้โกงเลือกตั้ง กับบัตรดีที่ผู้เลือกตั้งใส่ไว้ในหีบตอนลงคะแนน ก็ปะปนกัน ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นบัตรดีบัตรปลอม นี่จึงเป็นที่มาที่กกต.ตัดสินใจ ใส่คิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง เพื่อแยกบัตรปลอมของผู้โกงเลือกตั้งออกจากบัตรดีของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
“ถามว่ากกต.ไทยคิดแผลงๆ ใส่คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดลงไปบนบัตรเลือกตั้งที่เดียวในโลกใช่หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ใช่ ประเทศที่เริ่มต้นการเลือกตั้งโดยลับประเทศแรกๆของโลก 3 ประเทศ คือออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาหลายรัฐ ต่างก็ใช้คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดทั้ง 3 ประเทศ เวลานี้ก็ยังใช้อยู่ ที่น่าอัศจรรย์ก็คืออังกฤษที่เป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี ยังมีประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล เอสโตเนียแคนาดา บ้างก็ใช้กับการเลือกตั้งระดับชาติบ้างก็ใช้ระดับการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ยังมีข้อถกเถียง จึงทำให้หลายประเทศยกเลิกการใช้ แต่ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะมีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด”นายบวรศักดิ์ ระบุ
นายบวรศักดิ์ ระบุว่า เหตุที่ทำให้การเลือกตั้งถูกเพิกถอน (ไม่ใช่เป็นโมฆะตามที่พูดกันอยู่) ทั้งประเทศได้ตามรัฐธรรมนูญไทยมีเหตุเดียว คือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คือต้องโกงกันทั้งประเทศ จึงจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ซึ่งคำวินิจฉัยแรก คือ คำวินิจฉัยที่ 9 / 2549 ซึ่งศาลฯ เห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง การจัดคูหาเลือกตั้งที่ให้คนอื่นอาจเห็นการลงคะแนนได้ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ และผลการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม จึงให้เพิกถอนการเลือกตั้งสส.และจัดเลือกตั้งใหม่ อีกทั้งมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/ 2557 ระบุว่า การที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง เพราะมีการชุมนุมขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนจะจัดเลือกตั้ง คสช.ก็ยึดอำนาจในวันที่ 22 พ.ค.2557
“ผมเชื่อว่าผู้มีปัญญาและมีจิตใจเป็นกลาง จะอ่านโพสต์นี้และใช้ปัญญาตรึกตรองเอาว่ามีเหตุผล มีความเห็นที่มีฐานเป็นความรู้ หรือเป็นความเห็นลอยๆ ส่วนทัวร์ใส่เสื้อสีทั้งหลาย เมื่อยึดมั่นถือมั่นในในสีที่ตัวชอบ ก็เชิญขนกันมาได้ครับ ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้”นายบวรศักดิ์ ระบุ.




















