ณัฐพงษ์ จี้สอบ กกต. ปมบัตรเลือกตั้งใหม่ไร้เลขต้นขั้ว ชี้ส่อรับปัญหาบัตร 8 ก.พ.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

หัวหน้าพรรคประชาชนตั้งคำถามเปลี่ยนแบบพิมพ์บัตรทั้งที่ของเดิมยังเหลือจำนวนมาก เรียกร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเตรียมยื่นดำเนินการตามมาตรา 157

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรเลือกตั้งใหม่ในเขตคันนายาว กทม. ไม่มีเลขต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ว่าสะท้อนอะไร และจะมีการตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างไร โดยระบุว่า กรณีดังกล่าวหมายความว่า กกต. ได้เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร ทั้งที่บัตรเดิมยังเหลืออยู่หลายล้านใบแต่ไม่ได้หยิบมาใช้ เป็นการยอมรับโดยปริยายว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา มีปัญหา

ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้มีหลายคดีอยู่ในกระบวนการ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง ให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา สำหรับพรรคได้เตรียมยื่นเรื่องตามมาตรา 157 ขณะที่ภาคประชาสังคมก็มีการร้องเรียนในช่องทางอื่นครบถ้วนแล้ว

เมื่อถามว่า กรณีเลขต้นขั้วหายไป เป็นการเปลี่ยนเพื่อไม่ให้สามารถถ่ายภาพเจาะจงและย้อนกลับไปตรวจสอบผู้ใช้สิทธิได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระแสข่าวเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา เห็นว่า กกต. ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรว่า การถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่ตามบทบัญญัติกฎหมายห้ามเฉพาะการถ่ายภาพบัตรที่มีการลงคะแนนแล้ว ดังนั้น การถ่ายภาพก่อนฉีกออกจากต้นขั้วสามารถทำได้ อีกทั้งแม้ไม่มีการถ่ายภาพ ผู้ใช้สิทธิยังสามารถจดจำเลขต้นขั้วของตนเองได้ และอาจสืบย้อนกลับได้ว่า ผู้ที่อยู่ลำดับถัดไปลงคะแนนให้ใคร

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่า กกต. ทราบถึงช่องโหว่ดังกล่าว และการที่ กกต. แถลงว่ากระบวนการเลือกตั้งเป็นความลับนั้นไม่เป็นความจริง จึงมีการแก้ไขรูปแบบบัตรเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่าไม่น่าใช่ความผิดพลาด เพราะบัตรเดิมยังมีเหลือและสามารถนำมาใช้ได้ จึงน่าจะเป็นการสั่งพิมพ์ใหม่เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว

เมื่อถามว่า เป็นการตอกย้ำความผิดพลาดของ กกต. หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับ กกต. และรอฟังคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ ขณะนี้บัตรทุกใบจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ถูกเก็บรักษาไว้ในหีบแล้ว หากยืนยันว่ากระบวนการต้องเป็นความลับ การเปลี่ยนรูปแบบบัตรในครั้งนี้ยิ่งสะท้อนว่า กระบวนการก่อนหน้านี้อาจไม่เป็นความลับอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความกฎหมายในลักษณะดังกล่าว เพราะเมื่อระบุว่าบัตรต้องเป็นความลับ ก็ควรเป็นความลับอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่มีผู้ใดสามารถเปิดหีบและทราบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

เมื่อถามถึงกรณีบัตรเขย่งที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาธารณะให้โปร่งใสมากที่สุด ทั้งแบบรายงานผลการนับคะแนน 5/11 และ 5/18 ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องระหว่างภาพที่ประชาชนบันทึกไว้ในวันเลือกตั้ง กับข้อมูลที่ กกต. เผยแพร่ ว่าตรงกันหรือไม่ และเมื่อรวมคะแนนใหม่แล้ว จะมีบัตรเขย่งหรือไม่ และสอดคล้องกับรายงาน ECT Report หรือไม่

เมื่อถามว่า พรรคมีแผนอย่างไรหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในการประชุมสัมมนาของพรรคได้มีการเตรียมแผนรองรับทุกฉากทัศน์ โดยนายธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อธิบายภาพรวมและไทม์ไลน์หากเกิดกรณีเป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม พรรคไม่สามารถก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาลได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img