นายกฯ อนุทิน ยันรัฐบาลรักษาการไม่เกี่ยวขั้นตอนเปิดสภาฯ สั่ง สส. ภูมิใจไทยตบเท้ารายงานตัวทันทีหลัง กกต. รับรองผล ย้ำมีแผนตั้งรัฐบาลรองรับไว้แล้ว อุบเงียบดีล 292 เสียง-พรรคกล้าธรรม เลี่ยงตอบปมนั่งเก้าอี้กลาโหมด้วยการโชว์กินขนมครก ก่อนเบ่งกล้ามการันตีความพร้อมจัดโผ ครม. ชุดใหม่
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 26 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยย้ำชัดว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล
นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนของพรรคการเมืองนั้น ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ไปรับเอกสารรับรอง และดำเนินการรายงานตัวต่อ สภาผู้แทนราษฎร ตามกำหนดเวลา ส่วนกระบวนการเปิดประชุมสภาฯ เป็นขั้นตอนของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งมิใช่อำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความชัดเจนของการเปิดประชุมสภา นายอนุทินระบุว่า การเปิดประชุมจะเกิดขึ้นได้เมื่อมี สส. รายงานตัวไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายเลขาธิการสภาฯ ดำเนินการ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
สำหรับไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินอธิบายว่า ภายหลังการรับรอง สส. แล้ว จะมีพระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา จากนั้นเข้าสู่กระบวนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนจะไปสู่ขั้นตอนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหลายทางเลือก พร้อมย้ำว่า “ทุกอย่างมีขั้นตอน” และขณะนี้มีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว
อย่างไรก็ดี เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทินมิได้ตอบคำถาม แต่หยิบขนมครกขึ้นมารับประทาน พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า “หวานน้อย” สร้างบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางวงสัมภาษณ์
ส่วนประเด็นการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรม นายอนุทินปฏิเสธให้ความเห็น ก่อนลุกออกจากวงสัมภาษณ์ทันที ขณะที่คำถามเกี่ยวกับกระแสข่าวดีลเสียงรัฐบาลที่อาจจบลงที่ 292 เสียง นายอนุทินกล่าวเพียงว่า “ยังไม่เปิดอะไรเลย จะปิดอะไรล่ะ”
ท้ายที่สุด เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงระดับความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินมิได้ตอบคำถาม แต่หันมายกแขนเบ่งกล้ามให้สื่อมวลชน ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการปิดฉากการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ ท่ามกลางความสนใจของสื่อและกระแสการเมืองที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.




















