“อนุทิน” ระบุเพิ่งทราบข่าวหมายจับนักลงทุนข้ามชาติ คดีฉ้อโกง–ฟอกเงิน ขอเช็กรายละเอียดก่อน ย้ำรัฐบาลเดินหน้าปราบสแกมเมอร์–ทุนเทาเต็มที่ ไม่สนแรงกระเพื่อมการเมือง ชี้ความเดือดร้อนประชาชนสำคัญกว่า
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับนายเบน สมิธ นักลงทุนข้ามชาติและภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและสมคบฟอกเงิน ว่า เพิ่งได้รับทราบข่าวดังกล่าว และขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน
นายกฯ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา คอลเซ็นเตอร์ และการฟอกเงินผิดกฎหมาย ย้ำหลักการ “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ไม่สนว่าเป็นใคร หากกระทำผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศ ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด
เมื่อถามถึงการประสานงานกับองค์การตำรวจสากลหรือ อินเตอร์โพล นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดในระดับนั้น และไม่มีใครได้รับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนให้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายต่อสังคม
นายกฯ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินว่า ล่าสุดศาลมีคำสั่งอายัดทรัพย์ผู้กระทำผิดทั้งคนไทยและต่างชาติ ตามการดำเนินการของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงตำรวจและหน่วยงานด้านภาษี เพื่อบูรณาการข้อมูลปราบปรามธุรกรรมผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น
ส่วนกระแสข่าวอาจมีนักการเมืองหรือบุคคลสำคัญเกี่ยวข้องนั้น นายกฯ กล่าวว่า ไม่เคยก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่ และไม่ต้องการรับรู้รายชื่อผู้ที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังหรือสอบสวน เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการแทรกแซง พร้อมย้ำว่าให้อำนาจผู้ปฏิบัติทำงานเต็มที่ ใครทำผิดไม่มีการละเว้น
เมื่อถามว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ไม่กังวล เพราะความเดือดร้อนของประชาชนและความเสียหายของประเทศสำคัญกว่าประเด็นการเมืองหรือการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย.




















