“อนุทิน ชาญวีรกูล” แจงการจัดตั้งรัฐบาลต้องเป็นไปตามขั้นตอนหลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. ระบุยังไม่เหมาะพูดถึงการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีก่อนเลือกนายกฯ พร้อมย้ำทุกพรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ชี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีมีหลักเกณฑ์ชัดเจน ขอเพลย์เซฟไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 มีนาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะท่าทีของพรรคกล้าธรรม ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ควรพูดในเวลานี้ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ โดยในวันที่ 14 มีนาคมนี้จะมีรัฐพิธีเปิดการประชุมรัฐสภาครั้งแรก จากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี และจึงจะมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่มีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมีนายกรัฐมนตรีก่อนจึงจะสามารถตั้งคณะรัฐมนตรีได้ การพูดถึงตำแหน่งล่วงหน้าถือว่าไม่เหมาะสม เพราะตำแหน่งดังกล่าวต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง การกล่าวถึงก่อนขั้นตอนจึงถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีแนวทางเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลล่วงหน้า นายอนุทิน กล่าวว่า แต่ละพรรคมีรูปแบบการทำงานต่างกัน ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันทั้งหมด
เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะสนับสนุน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมีกระบวนการก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนการพูดคุยกับพรรคการเมืองที่จะให้การสนับสนุน ยอมรับว่าจะมีการหารือกันในระดับหนึ่ง
ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า พรรคการเมืองอาจไม่จำเป็นต้องร่วมรัฐบาลก็ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ควรระบุไปล่วงหน้า เพราะสถานการณ์ยังไม่เกิดขึ้น
เมื่อถามถึงหลักการในการเชิญพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า หลักสำคัญคือการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ เพื่อให้การบริหารประเทศเดินหน้าไปด้วยกัน
สำหรับกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค ประกาศพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่ได้ทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยเองก็เคยมีทั้งสถานะเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้านมาแล้ว สิ่งสำคัญคือการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้
นายอนุทินยังกล่าวว่า แม้แต่ ส.ส.พรรคประชาชน ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายค้านมาโดยตลอด ก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้มาก ดังนั้นไม่ควรยึดติดว่าจะต้องเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเท่านั้น
เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ระบุว่าจะไม่เดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีกแล้วเพราะมีศักดิ์ศรี นายอนุทิน อุทานว่า “โอ๊ย” ก่อนกล่าวว่า ผู้นำพรรคการเมืองทุกพรรคควรให้เกียรติและเคารพกัน
ส่วนประเด็นที่นายอนุทินเคยกล่าวบนเวทีสัมมนาของพรรคว่า จะไม่ใช้บุคคลที่มีข้อเคลือบแคลงเรื่องคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่กฎที่ตนตั้งขึ้นเอง และคำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลผูกพันทุกองค์กร จึงจำเป็นต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่า เป็นสัญญาณชัดเจนหรือไม่ว่าจะไม่เชิญพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ระบุเจาะจงถึงพรรคใด แต่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญวางไว้ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม ซึ่งต้องพิจารณาอย่างละเอียด และต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เพราะอาจมีผู้ยื่นร้องเรียนได้ในภายหลัง
“ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากเสียเวลาไปต่อสู้คดี ดังนั้นจึงต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ในอดีตนายอนุทินเคยแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ครั้งนี้กลับไม่กล้าแต่งตั้ง นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่นั้นไม่ได้คุยเลย



















