หน้าแรกNEWS“ชยิกา” ชูวันสตรีสากล สะท้อนพลังผู้หญิงไทย ย้ำพรรคเพื่อไทยเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต-สร้างโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม

“ชยิกา” ชูวันสตรีสากล สะท้อนพลังผู้หญิงไทย ย้ำพรรคเพื่อไทยเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต-สร้างโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ชยิกา วงศ์นภาจันทร์” ระบุวันสตรีสากลเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความก้าวหน้าของผู้หญิงไทย พร้อมชูนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย ทั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และศูนย์ช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงแบบเบ็ดเสร็จ ชี้การสร้างโอกาสและความปลอดภัยให้ผู้หญิงต้องเดินหน้าต่อ เพื่อให้ทุกเพศสภาพเติบโตอย่างเท่าเทียมในสังคม

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความสำคัญของ วันสตรีสากล ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้เห็นพัฒนาการและความก้าวหน้าของผู้หญิงในหลายด้าน ทั้งโอกาสทางการศึกษา รายได้ สิทธิ และการรวมตัวของเครือข่ายผู้หญิงที่เข้มแข็งมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ ทำให้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น จึงจำเป็นต้องมีนโยบายที่สร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยมีนโยบายสำคัญที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การทำงานของรัฐบาลที่นำโดย พรรคเพื่อไทย

น.ส.ชยิกา กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญคือ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งริเริ่มขึ้นในสมัยรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของผู้หญิง โดยกองทุนดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างโอกาส สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้หญิงทั่วประเทศ ผ่านงบกองทุนหมุนเวียนจังหวัดละ 100 ล้านบาท ครอบคลุม 77 จังหวัด จนเกิดเครือข่ายกองทุนสตรีมากกว่า 14 ล้านคน

ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวยังคงได้รับการสานต่อ โดยรัฐบาลของ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณกองทุนหมุนเวียนเพิ่มอีก 1,500 ล้านบาท พร้อมต่อยอดสู่การสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้หญิงรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ Empower Young Women ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาหญิงได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ คิดโมเดลธุรกิจ ลงมือปฏิบัติจริง และค้นพบศักยภาพของตนเองในฐานะพลังสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมไทย

นอกจากนี้ ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ริเริ่มแนวคิด One Stop Crisis Center (OSCC) ซึ่งเป็นศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และผู้สูงอายุแบบบูรณาการ สะท้อนให้เห็นว่าการคุ้มครองผู้หญิงไม่ใช่เพียงหลักการเชิงนโยบาย แต่ต้องเป็นระบบที่เข้าถึงได้จริง ทันท่วงที และสามารถรับมือกับรูปแบบความรุนแรงที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคม

น.ส.ชยิกา กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของความพยายามในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้หญิง และเชื่อว่าภารกิจเพื่อผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และระบบคุ้มครองที่ต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดผลอย่างแท้จริง

“ในฐานะแม่คนหนึ่ง อยากเห็นสังคมที่เปิดโอกาส มีความปลอดภัย และมีความเป็นธรรมมากกว่านี้สำหรับลูกสาวและคนรุ่นต่อไป และในฐานะผู้หญิงที่ทำงานการเมือง รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายเพื่อผู้หญิง เพราะเชื่อเสมอว่า เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้รับโอกาส โอกาสนั้นจะไม่หยุดอยู่แค่คนคนเดียว แต่จะส่งต่อเป็นพลังใจ ความเข้มแข็ง และความหวังไปยังผู้หญิงอีกหลายคนในสังคม” น.ส.ชยิกากล่าว

พร้อมกันนี้ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า ผู้นำและผู้บริหารของพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าสานต่อภารกิจดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผู้หญิงและทุกเพศสภาพมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคง ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมในสังคมไทย.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img