หน้าแรกHighlight‘เจษฎ์’ชี้เรือชักธงไทยถูกโจมตีในฮอร์มุซ รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบการจดทะเบียน

‘เจษฎ์’ชี้เรือชักธงไทยถูกโจมตีในฮอร์มุซ รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบการจดทะเบียน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เจษฎ์ โทณะวนิก” ตั้งคำถามเหตุเรือติดธงไทยตกเป็นเป้าในความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทั้งที่ไทยมีสัมพันธ์อันดีกับอิหร่านมายาวนาน แนะรัฐบาลเร่งตรวจสอบสถิติการจดทะเบียนเรือ ชี้ต้องกล้าขีดเส้นแบ่งคุ้มครองคนไทยแท้ พร้อมย้ำไทยควรวางตัวเป็นกลางทางการทูต และสื่อสารสถานการณ์กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.69 เจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีเรือติดธงชาติไทยถูกโจมตีบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล กับ อิหร่าน ว่า สังคมตั้งคำถามว่าทั้งที่ไทยและอิหร่านมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนานกว่า 400–500 ปี เหตุใดเรือที่ชักธงไทยจึงตกเป็นเป้าการโจมตี

ทั้งนี้ รัฐบาลควรเร่งตรวจสอบสถิติการจดทะเบียนเรือโดยด่วน เนื่องจากเรือที่ชักธงชาติไทยอาจไม่ได้เป็นของคนไทยเสมอไป จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางให้ชัดเจน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของคนไทย และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยต้องรับผลกระทบจากข้อพิพาทของชาติอื่น

“รัฐบาลต้องกล้าที่จะขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนว่าอะไรคือเรือของคนไทยแท้ และอะไรคือเรือของชาติอื่นที่มาแอบอ้างใช้ธงไทย หากไม่อยู่ในสถิติการจดทะเบียนของประเทศไทย ก็ต้องประกาศให้ชัดว่าเรือเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย” นายเจษฎ์กล่าว

นายเจษฎ์กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ไทยจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าใครเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งดังกล่าวบ้าง รวมถึงบทบาทของประเทศพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

นอกจากนี้ ภาครัฐยังต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา แม้การอพยพแรงงานไทยจะดำเนินการได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ในด้านการทูต รัฐบาลจำเป็นต้องวางตัวเป็นกลางอย่างที่สุด ไม่แสดงท่าทีเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จนอาจทำให้ประเทศไทยตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง

“สถานการณ์การสู้รบครั้งนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะยืดเยื้อเพียงใด รัฐบาลจึงไม่ควรมัวแต่จัดตั้งตำแหน่งทางการเมือง แต่ต้องเร่งบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม” นายเจษฎ์กล่าว

พร้อมระบุว่า รัฐบาลควรชี้แจงต่อประชาชนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในประเทศ ว่ายังมีปริมาณเพียงพอหรือไม่ หากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันจะมีมาตรการรองรับอย่างไร รวมถึงผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการทำงานของประชาชน

“ทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกันหมด อยู่ที่รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน สื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล และสามารถดำเนินชีวิตได้โดยไม่ต้องหวาดระแวงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” นายเจษฎ์กล่าว.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img