หัวหน้าพรรคเพื่อไทยย้ำที่ประชุม สส. ไม่ได้หารือเรื่องจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี เน้นเตรียมผลักดันนโยบายและการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมเปิดรับความเห็นสมาชิกก่อนตัดสินใจผ่านคณะกรรมการบริหารพรรค ขณะที่ “ยศชนัน” ระบุคะแนนนิยมจะกลับมาหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลงาน ด้าน “ประเสริฐ” มั่นใจใช้เวลา 4 ปีฟื้นความเชื่อมั่นประชาชน
เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงสะท้อนของ สส.ต่อการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของพรรคว่า ในการประชุมวันนี้ไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าว โดยเน้นหารือถึงทิศทางการทำงานของพรรคในอนาคต และการผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทุกคนในพรรคตระหนักถึงข้อจำกัดของสถานการณ์การเมือง และมีเป้าหมายร่วมกันคือการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน การทำให้พรรคแข็งแรงและได้รับความนิยมมากขึ้นต้องอาศัยการทำงานที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชน จึงไม่ได้มีการถกเถียงเรื่องบุคลากร เพราะทุกคนรับทราบกระบวนการดำเนินการของพรรคอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ตนได้แจ้งกับสมาชิกพรรคว่า พรรคจะเปิดช่องทางให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งกรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โดยพรรคพร้อมรับฟังความคิดเห็น แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มอบหมายให้คณะทำงานชุดเล็กที่ประกอบด้วยตนเอง และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการ โดยสิ่งที่ปรากฏในสื่อส่วนใหญ่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น อาจเป็นการพูดคุยนอกรอบที่ยังไม่ใช่กระบวนการทางการ
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า การเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนตั้งแต่พรรคอันดับหนึ่งที่ได้รับคะแนนเสียงแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างมีนัยสำคัญได้เชิญพรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เมื่อมีความเห็นตรงกันในกรอบแนวคิดการทำงานจึงตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล โดยในวันที่ 14–15 มี.ค. จะเป็นกระบวนการทางรัฐสภา ซึ่งพรรคจะลงมติไปในทิศทางเดียวกันตามที่ได้มีการพูดคุยกันแล้ว ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีและการแบ่งสรรกระทรวงยังไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะต้องมีการพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสมต่อไป
ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนโยบายด้านการศึกษาของพรรคว่า พรรคมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และเชื่อว่าหากสามารถผลักดันนโยบายได้สำเร็จ ผลงานจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

“การที่คะแนนนิยมจะกลับมาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลงาน หากประชาชนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยสามารถผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์และเปลี่ยนแปลงประเทศได้จริง ก็จะเป็นคะแนนที่ประชาชนมอบให้พรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายยศชนัน กล่าว
เมื่อถามว่ากระทรวงที่ได้รับอาจทำคะแนนนิยมได้ยากกว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคงหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ในอดีตอาจเป็นเช่นนั้น แต่ในปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ไม่มีกระทรวงใดสามารถทำงานได้เพียงลำพัง ทุกกระทรวงจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
“ไม่ว่าจะอยู่กระทรวงใด หากทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพก็สามารถสร้างผลงานได้เหมือนกัน และวันนี้น่าจะหมดยุคต่างคนต่างทำแล้ว ประเทศต้องเดินหน้าไปด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย” นายยศชนัน กล่าว
ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความมั่นใจในการใช้เวลา 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของพรรคว่า พรรคได้พูดคุยกันเบื้องต้นแล้วว่าการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และจะใช้ระยะเวลาของรัฐบาลชุดนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายประเสริฐ ระบุว่า พรรคได้กำชับ สส.ให้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเมืองในปัจจุบันต้องสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่าการฟื้นความเชื่อมั่นของพรรคต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในพรรค
“เป็นเรื่องที่สมาชิกทุกคนต้องช่วยกัน พรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่นที่จะทำการเมืองเพื่ออนาคต และพัฒนาพรรคให้เติบโตมากขึ้นภายใน 4 ปีข้างหน้า” นายประเสริฐ กล่าว.



















