นายกรัฐมนตรีเผยสถานการณ์น้ำมันของไทยยังมั่นคง ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ยืนยันไม่มีสัญญาณขาดแคลน แม้เกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ย้ำยังสามารถส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาวได้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองในประเทศ
เมื่อเวลา 13.14 น. วันที่ 15 มี.ค.69 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการส่งออกน้ำมันไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์โลกอาจกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยยืนยันว่าไทยยังคงมีการจำหน่ายน้ำมันให้ สปป.ลาวตามปกติ
เมื่อามถึงกรณีที่ในการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมอาจหันมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการ ทำให้เกิดการแข่งขันกับภาคประชาชน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ทั้งไทยออยล์ บางจาก เชลล์ และเอสพีอาร์ซี (คาลเท็กซ์) ว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สถานการณ์โลกในขณะนี้ถือเป็นภาวะวิกฤตจากความขัดแย้งและการสู้รบในบางภูมิภาค จึงอยากให้ประชาชนตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างประหยัด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงหรือพลังงานรูปแบบอื่น ๆ เพื่อช่วยเพิ่มระยะเวลาการสำรองพลังงานของประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 60 วัน เป็นราว 90 วัน และมีเป้าหมายให้เพิ่มขึ้นใกล้เคียง 100 วัน ซึ่งการประหยัดพลังงานของประชาชนจะช่วยเพิ่มจำนวนวันสำรองดังกล่าวได้มากขึ้น พร้อมระบุว่า หากเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ไทยถือเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุด
นายอนุทิน ยังกล่าวย้ำว่า แม้สถานการณ์การสู้รบในต่างประเทศยังคงดำเนินอยู่ แต่ประชาชนไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลหรือเร่งกักตุนเชื้อเพลิง เพราะรัฐบาลมีมาตรการบริหารจัดการพลังงานอย่างใกล้ชิด โดยระบบผลิตไฟฟ้าของไทยส่วนใหญ่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งผลิตได้จากอ่าวไทย รวมถึงมีการเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงแยกก๊าซเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงาน
ส่วนราคาน้ำมันที่อาจมีความผันผวน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นไปตามกลไกตลาดโลก อย่างไรก็ตามกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีบทบาทช่วยพยุงราคา เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ และขอให้ใช้พลังงานอย่างมีสติ แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือสำรองน้ำมันไว้ใช้เอง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะบริหารสถานการณ์อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างรุนแรง
สำหรับแนวคิดการจัดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย นายกรัฐมนตรีระบุว่า อยู่ระหว่างการหารือกับหลายประเทศ โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ของไทย มีเครือข่ายธุรกิจและช่องทางการค้าหลากหลายทั่วโลก จึงสามารถเจรจาและบริหารจัดการแหล่งพลังงานได้ตามกลไกตลาดระหว่างประเทศ



















