รมว.ต่างประเทศ เผย ไทยเดินหน้าประสานทุกฝ่ายช่วยเหลือลูกเรือไทยที่ยังสูญหายอีก 3 คน หลังเหตุรุนแรงในน่านน้ำตะวันออกกลาง ย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนสงคราม พร้อมเร่งหาแหล่งพลังงานสำรองรับมือวิกฤต
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ประเทศออสเตรีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเรือ “มยุรีนารี” ว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ไทยได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบ เพื่อยื่นประท้วงต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากเรือลำดังกล่าวเป็นเรือพาณิชย์ที่ขนส่งสินค้าทั่วไป มิใช่ยุทธปัจจัย อีกทั้งประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม จึงมีสิทธิในการเดินเรืออย่างปลอดภัยตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม สิ่งเร่งด่วนที่สุดคือการช่วยเหลือลูกเรือไทย ซึ่งขณะนี้สามารถช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 20 คน โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในการอำนวยความสะดวกให้เดินทางผ่านประเทศ และขึ้นเครื่องบินที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน กลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
ส่วนลูกเรือไทยอีก 3 คน ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม นายสีหศักดิ์ระบุว่า ได้โทรศัพท์หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโดยตรง ซึ่งฝ่ายอิหร่านได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรมีการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว และรับปากจะประสานกับกองทัพเรืออิหร่านในการช่วยค้นหา แม้ยังต้องประเมินสถานการณ์ เนื่องจากการสู้รบยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ไทยยังได้ประสานไปยังรัฐบาลโอมาน เพื่อช่วยติดต่อกองทัพเรืออิหร่านเพิ่มเติม รวมถึงให้กองทัพเรือไทยประสานตรงกับกองทัพเรืออิหร่านอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังเปิดเผยว่า ได้หารือกับประเทศสมาชิกกลุ่มอ่าวอาหรับ (จีซีซี) ได้แก่ บาห์เรน และยูเออี เพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ พร้อมยืนยันจุดยืนของไทยที่ไม่สนับสนุนความรุนแรง และต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาผ่านแนวทางการทูต โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดระดับความตึงเครียด
ทั้งนี้ ไทยยังยืนยันสนับสนุนสันติภาพและอธิปไตยของทุกประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งแต่ได้รับผลกระทบ เช่น ยูเออี บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และเลบานอน ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้ขอบคุณไทยสำหรับจุดยืนดังกล่าว และให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของคนไทย
ในด้านพลังงาน นายสีหศักดิ์ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับ 95-100 วัน แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง รัฐบาลจึงเร่งหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม โดยได้ติดต่อไปยังหลายประเทศ อาทิ รัสเซีย บราซิล ไนจีเรีย และคาซัคสถาน ซึ่งบางประเทศพร้อมจำหน่ายน้ำมันให้ไทยแล้ว ขณะที่รายละเอียดเชิงลึกจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงานในการดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดน และเตรียมแผนอพยพเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงยืดเยื้อและเปราะบาง.



















