หน้าแรกHighlightสภาหวิดเดือดตั้งแต่เริ่ม!‘โรม’ซัด‘อนุทิน’ กลางวงโหวตนายกฯปม‘ความซื่อสัตย์ฯ’

สภาหวิดเดือดตั้งแต่เริ่ม!‘โรม’ซัด‘อนุทิน’ กลางวงโหวตนายกฯปม‘ความซื่อสัตย์ฯ’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สภาหวิดเดือดตั้งแต่เริ่ม! ‘โรม’ เปิดศึกซัด ‘อนุทิน กลางวงโหวตนายกฯ คุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โยงวิกฤตน้ำมัน-เลือกตั้งสกปรก-ปมฮั้ว สว.สีน้ำเงิน ด้าน ภูมิใจไทย แท็กทีมลุกประท้วงวุ่น จี้ ประธานเบรกอภิปรายนอกประเด็น-ใส่ร้ายป้ายสี สนอง ไล่ไปดูคดี 44 สส.ก่อน


19 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน


จากนั้น นายโสภณ ได้แจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าได้เชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาพูดคุยถึงแนวทางการโหวตในวันนี้ และได้มีข้อสรุปแล้ว โดยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวสรุปว่า มีการแบ่งเวลาชัดเจนที่ 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนายอนุทินและฝ่ายที่เห็นเป็นอย่างอื่น อภิปรายฝ่ายละ 70 นาที รวมเวลาทั้งหมดของผู้อภิปราย ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเวลาในการพาดพิงและประท้วงทุกอย่าง ซึ่งตัวแทนที่จะได้อภิปรายจะเป็นพรรคละไม่เกิน 1 คน ยกเว้นพรรคที่พรรคที่ถูกพาดพิง สามารถใช้สิทธิ์ในการชี้แจงได้


จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะตัวแทนพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายว่า เวลาเราจะพูดถึงคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ตนคิดว่าพฤติกรรมในอดีตช่วงเวลาที่ผ่านมาล้วนเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าสุดท้าย นายอนุทินมีความเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีจริงหรือ


“ท่านประธานครับ ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการให้ข้อมูลกับสภาแห่งนี้ผ่านสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างวิกฤติเรื่องน้ำมัน ซึ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการในปัจจุบัน มันเป็นตัวสะท้อนที่ดี ที่แสดงให้เห็นว่าวันนี้การบริหารบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เราทุกคนรู้ว่าปัญหาเรื่องน้ำมันเถื่อนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฝั่งรากลึกมาช้านาน ในอดีตเราอาจพบว่าโดยมากมีการนำเข้าน้ำมันอย่างผิดกฎหมาย เพื่อมาใช้ขายต่อในประเทศ จังหวะนี้ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ขอให้อยู่ในประเด็นวันนี้ นายกรวีร์ ได้พูดถึงหลักเกณฑ์ 3 ข้อไปแล้ว ดังนั้น การอภิปรายต้องเป็นเรื่องคุณสมบัติไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้น


ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า เราได้มีการพูดคุยกันก่อนหน้าแล้ว ว่าบางเรื่องอาจจะพูดได้ แต่ไม่ให้ข้ามไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น ขอให้นายรังสิมันต์เข้าใจประเด็นนี้


นายรังสิมันต์ จึงย้อนทันทีว่า ท่านลองเปิดรัฐธรรมนูญดู มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ตนอยากจะกล่าวกล่าวคือปัญหานี้มันเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านไม่ต้องห่วง เมื่อไหร่ที่เป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ อันนั้นจัดหนักจัดเต็ม แต่สิ่งที่ตนกำลังแถลงอภิปรายต่อท่านประธาน ณ เวลานี้ ตนกำลังกังขาในความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน การที่เราจะพิจารณาคุณสมบัติว่าท่านใดเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตหรือเราจะคิดไปข้างหน้า โดยประเมินว่าตัวเขาต้องซื่อสัตย์สุจริต


“ทั้งที่ในวันนี้ ท่านมีอำนาจ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านแถลงออกมาตลอดเวลาว่าน้ำมันพอ ต้นทางมีพอ แล้วมันหายไปไหน ถ้าไม่ใช่การทำนโยบายเชิงทุจริตแบบที่ผ่านมา และพี่น้องประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ได้อย่างไร ด้วยความเคารพ สิ่งที่ผมกำลังอภิปราย คือการตั้งประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และสิ่งที่ผมกำลังโน้มน้าว คุณอนุทินขาดคุณขาดข้อนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว


จากนั้น นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายประท้วงว่า นายรังสิมันต์สามารถโจมตีไปที่ฝ่ายที่ตัวเองไม่ได้เสนอชื่อได้หรือ นายโสภณ จึงเบรกว่า ขอให้นายรังสิมันต์พูดประเด็นเรื่องซื่อสัตย์สุจริตพอแล้ว ส่วนที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ขอให้ใช้เวทีนั้น นายรังสิมันต์ จึงกล่าวต่อว่า ตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่นำโดยนายอนุทินมีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำมันแน่นอน ดังนั้นการที่วิกฤติแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออาการที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันมันเกิดขึ้นเกิดขึ้นภายใต้การนำของรัฐบาลนี้ แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น สิ่งที่ตนต้องโน้มน้าว ถ้านายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ตนเป็นห่วงจริงๆว่าอาจจะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์


นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่สอง เราผ่านการเลือกตั้งมา นี่คือการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยนายอนุทินเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งนี้จัดได้อย่างไม่สุจริต ทำให้นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวตอบโต้ว่า ผู้แทนราษฎรที่เข้ามาที่นี้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรี เรามาด้วยเกียรติข้อบังคับเดียวกัน ถ้าสกปรกที่สุดก็เป็นทั้งหมด ไม่ใช่เป็นเฉพาะผู้อภิปรายอยู่คนเดียว
นายโสภณ ปรามว่าการเลือกตั้งสกปรกเป็นการกล่าวที่ไม่เหมาะสม จะกล่าวด้วยความรู้สึกของท่าน คนอื่นอาจจะมองต่าง คงไม่ต้องถอน แต่คงไม่ให้กล่าวคำนี้อีก และขอให้บันทึกไว้ว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เหมาะสม


นายรังสิมันต์ จึงกล่าวต่อว่า เวลาพูดถึงการเลือกตั้ง เราอาจจะรู้สึกว่าเป็นปัญหาของ กกต. ที่จัดการเลือกตั้งและมีปัญหาอย่างที่สังคมข้างนอกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ตนถามง่ายๆ ว่าตกลงเป็นมาตรฐานการเมืองที่ดีหรือไม่ ก่อนการเลือกตั้งถ้ามีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอรวมกันถึง 250 ตำแหน่ง นี่คือมาตรฐานที่ดีของการเมืองไทยจริงหรือ ที่ฝ่ายบริหารใช้อำนาจอย่างไรก็ได้โยกย้าย จนถูกวิจารณ์ ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นบ้างทำแบบเดียวกัน ท่านจะยอมรับหรือไม่
นายรังสิมันต์ ระบุว่า เรื่อ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img