หน้าแรกHighlight“นายกฯ”ยันมีน้ำมันสำรองใช้เพียงพอแน่ คาดภายใน 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

“นายกฯ”ยันมีน้ำมันสำรองใช้เพียงพอแน่ คาดภายใน 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกฯ อนุทิน’ แถลงใหญ่ ลั่น เช็กแล้ว! ไม่มีน้ำมันหาย เหตุขาดแคลน เพราะ ‘ประชาชนแห่ตุน’ เตรียมอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าระบบให้ matching กับปริมาณที่ประชาชนต้องการใช้ คาด 1-2 สัปดาห์ กลับสู่ภาวะปกติ วอน ปชช.อย่าตุน มีใช้เพียงพอแน่นอน พร้อมเคาะมาตรการให้จ๊อบเบอร์ซื้อราคาเดียวกับหน้าปั๊ม PTT OR นำร่อง สั่ง สตช.ไฟเขียวรถบรรทุกน้ำมันวิ่ง 24 ชม. ส่วน ‘ส่งออก’ ยืนยันมีแค่ 2 ประเทศ ยัน ‘สปป.ลาว’ ไม่มีส่งต่อ ‘กัมพูชา’ ย้ำ ไฟฟ้าไม่กระทบ ใช้ก๊าซอ่าวไทยผลิตเอง

วันที่ 19 มี.ค.69 ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมว่า ตลอดทั้งช่วงบ่ายที่ผ่านมาหลังจากมีการปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว รัฐบาลได้เชิญส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมประชุมกับ ศบก. เพื่อติดตามปัญหาในการปฏิบัติ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ในการประชุมสามารถสรุปผลการประชุมได้ ดังนี้

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมัน และราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมถังน้ำมัน ,คลังน้ำมัน ,จ๊อบเบอร์ , การขนส่งน้ำมัน , สถานีบริการน้ำมัน พบว่า ตรงกันทุกในประเภท โรงกลั่นยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตสามารถผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อหนึ่งวัน และมีการจัดการหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง หลายบริษัทได้มีการจัดสรรน้ำมันดิบจากหลายแห่ง เพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ

นายอนุทินกล่าวว่า ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน และคลังน้ำมัน จะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมัน ซึ่งมีโรงกลั่นพร้อมขายตามราคาให้ ‘จ๊อบเบอร์’ ด้วยราคาตามที่ประกาศโดยมี PTT OR จะประกาศราคาไม่เกินหน้าสถานีบริการน้ำมัน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลการผลิต , การจำหน่ายน้ำมัน , ปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่าย , ราคาที่จะจัดจำหน่ายให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบ เพื่อจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายให้กับประชาชน และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ด้วยราคาที่เป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้วิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้ (19มี.ค.69) เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทั่วประเทศ และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน เพื่อส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ได้รับการยืนยันว่า ยังคงส่งออกไปยังเพียงที่ สปป.ลาว ปริมาณ 5.29 ล้านลิตร/วัน ลดจากเดิม 25 % และส่งไปเมียนมา อยู่ที่ 300,000 ลิตรต่อวัน ลดลง 20% จากที่เคยส่งมาก่อน

ส่วนมาตรการที่ 2 เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอ จะเพิ่มมาตรการ เช่น การผ่อนปรนเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ , การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมในการจำหน่าย

ทั้งหมดนี้เพื่อให้ระบบกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ , จ๊อบเบอร์กลับมาดำเนินการปกติ , เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชน และภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจ เพราะรัฐบาลได้มีการประชุมหลายครั้งแล้ว ได้ถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีการยืนยันข้อมูล ทั้งทางเอกสาร และทางวาจา และประสบการณ์ที่มีอยู่

นายอนุทิน ยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดตลอดเวลาว่า น้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว จำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่ามีสถานการณ์ที่ได้เรียกประชุมอีกครั้ง ซึ่งมีทั้งวงเล็กและวงใหญ่ วงภายใน ซึ่งได้รับทราบที่ชัดเจนแล้วว่า ไทยยังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิตดังเช่นก่อนวันที่ 1 มีนาคม ก่อนที่จะมีการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ดังนั้น น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน และปริมาณน้ำมันสำรองก็ยังคงรักษาได้อยู่ที่ประมาณ 100 วัน

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ยังคงหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเข้ามาเติมได้อย่างต่อเนื่อง

”ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ไทยเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน ก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสภาวะปกติ ไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือการประหยัดน้ำมัน ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งมีช่องว่างอยู่ประมาณ 10 ล้านลิตร แต่หลังจากเกิดเหตุสงคราม ด้วยข้อมูลและความวิตกกังวลของประชาชน ทำให้การใช้น้ำมันเพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเป็นการเกินกำลังการผลิต อาจเป็นเหตุทำให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่“

นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า วันนี้รัฐบาลยังคงมีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขอความร่วมมือกับประชาชนด้วย

”เพราะจำนวนน้ำมันที่หายไป ไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไปนอกประเทศ หรือนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนภาคส่วนใด แต่จำนวนน้ำมันหายไปเพราะเกิดจากความกังวลของประชาชน มีการมาเติมเพิ่มขึ้น นำเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ซึ่งทำให้เกิดสภาวะการขาดแคนน้ำมัน มีการเติมที่น้ำมันที่พร่องถังไปแล้วก็มาเติมอีก ซึ่งทุกครั้งที่มีการพร่องก่อนก็ไปเติมให้เต็ม ทำให้เกิดการจ่ายในปริมาณมากขึ้น ดังนั้นขอประชาชนให้ความร่วมมือกลับมาใช้น้ำมันในสภาวะปกติ ซึ่งน้ำมันที่มีอยู่ ยังคงอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมีเพียงพอแล้ว”

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า น้ำมัน 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวัน ถือเป็นการใช้ในสภาวะปกติ เมื่อกระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตร เมื่อเรากลับไปในสภาวะปกติ ยังไม่ต้องพูดถึงในเรื่องของการประหยัดเพิ่มมากขึ้น วันนี้ประชาชนก็สามารถให้ความร่วมมือเพิ่มในการใช้น้ำมันอยู่แล้ว ถ้าหากเราปรับสภาพอยู่ในสภาวะปกติ ลดความวิตกกังวล ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวัน ก็จะสอดคล้องกับกำลังการผลิตน้ำมันในประเทศไทย

“แน่นอนว่าภายใน 3-5 วันจะเป็น matching กัน อาจต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ รัฐบาลมีความเห็นว่า จะนำน้ำมันสำรองฉีดเข้าไปในระบบ เพื่อให้น้ำมันมีมากเพียงพอ และให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามา matching กับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถใช้ได้ โดยจะเร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

“ขอวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนักว่า แม้ตอนนี้จะมีน้ำมันที่เพียงพอใช้ในประเทศ แต่สถานการณ์ที่เราคาดการณ์และควบคุมไม่ได้ คือการสู้รบในตะวันออกกลาง หากมีความรุนแรงมากไปกว่านี้ และไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ หากเราใช้น้ำมันด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ ก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น “

นอกจากนี้ เรื่องของไฟฟ้าก็ไม่ต้องกังวล ไทยได้ใช้ก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าที่จะหล่อเลี้ยงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้ โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด

นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่น พลังงานชีวภาพ เช่น B20 ก็จะนำมาเป็นส่วนผสมให้กับน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้น ยิ่งผสมได้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองของน้ำมันในประเทศเรามีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ให้อาศัยข้อมูลของรัฐบาล ซึ่งข้อมูลมาจากกรมธุรกิจพลังงาน ที่มีหน้าที่ควบคุมกสรนำเข้าการส่งออกธุรกิจการค้าขายน้ำมันในประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขที่มาจากฐานผู้นำเข้าน้ำมันดิบ จากทั้ง ปตท. รวมถึงโรงงานอื่นๆ และเป้าหมายของการประชุมในวันนี้ คือขอให้กลับไปยังสภาวะที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มีนาคม คือขอให้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ต่อวัน คือ 67 ล้านลิตรต่อวัน

”คงใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งการแก้ไขคือ การอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไป เพื่อให้สภาวะที่คิดว่าขาดแคลนเพราะมีการเติมตุนเพิ่มมากขึ้น ถ้าพี่น้องประชาชนช่วยกันหยุดตุน และเราอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไป จะทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งเป็นวิธีการที่รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป“

เมื่อถามว่า จะจัดการความรู้สึกของประชาชนหลังจากนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หากน้ำมันกลับเข้าระบบได้แล้ว และประชาชนให้ความร่วมมือโดยที่ไม่ตุนจนเกินไป บางทีตุนเป็นสิบๆ ถังแบบนี้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกราบขอร้องพี่น้องประชาชน ต้องให้ความร่วมมือในด้านนี้ด้วย ส่วนรัฐบาลเองจะแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบเข้าไปเพื่อให้เกิดภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการย้อนสอบหรือไม่ว่าใครที่ทำให้เกิดน้ำมันไม่พอในช่วง 7 วันที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำมันไม่เคยไม่พอ แต่เหมือนตู้เอทีเอ็มใส่เงินไว้สองล้านบาท แต่มีคนไปเบิกหกล้านบาท มันเลยไม่พอ ถ้าไม่ได้วงรอบ มันก็ไม่มีคนเอาไปเติม ทำให้ต้องดึงกลับไปในสภาวะก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง เพราะจำนวนปริมาณที่ใช้มาก่อนหน้านี้ ใช้ปกติยังเหลือไปขายที่ประเทศที่ 3 เลย คืออยู่ที่ 67 ล้านลิตร และกำลังการผลิตของเราอยู่ที่ 77 ล้านลิตร เหลืออีก 10 ล้านลิตร ดังนั้น ยืนยันว่ากำลังการผลิตเราไม่ได้ลดลง ยังคงผลิตเท่าเดิม แต่ด้วยความกังวลของประชาชน ท่านเลยไปตุนไว้ก่อน เพราะกลัวน้ำมันจะขึ้นราคาแล้วขาดแคลน ซึ่งรัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดในเรื่องของการขาด ส่วนเรื่องราคาเป็นไปตามกลไกตลาด พอสู้รบ ราคาขึ้น พอเหตุการณ์สงบ ก็ปรับลง เรื่องราคาเราจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไก

”ดังนั้น ที่ถามว่าใครเป็นคนทำให้น้ำมันขาดแคลน จึงตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ขาด แต่เพราะมีการตุนมากเกินไปด้วยความวิตกกังวล ซึ่งรัฐบาลก็เข้าใจ ช่วง 2-3 สัปดาห์เราไปบริหารตรงนั้นไม่ได้ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วว่า เรามีปริมาณสำรองเป็น 100 วันแล้ว ศักยภาพในการนำเข้าวัตถุดิบมากลั่นเป็นน้ำมัน ไม่ได้ลดลงเลย จึงถือว่าในเรื่องของซัพพลายปกติแล้ว ก็ขอให้ดีมานด์ได้ลดลงมา เมื่อแมตช์กันก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ส่วนข่าวที่ระบุว่าประเทศไทยแอบส่งออกน้ำมันไปประเทศที่ 3 นอกเหนือจากสปป.ลาว และเมียนมา โดยผ่านสปป.ลาวไปยังกัมพูชานั้น ขอยืนยันว่าไม่มี ส่วนตนจะรู้ได้อย่างไรว่าสปป.ลาว จะไม่ขายต่อไปยังกัมพูชานั้น ตนเพิ่งไป สปป.ลาวมา ได้สอบถามกับผู้บริหารระดับสูง และแสดงความกังวลว่า มีเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่าไม่มี ขอให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจน เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล ขณะนี้เราส่งออกน้ำมันจากประเทศไทยไปยัง 2 ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะอาจจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับ 2 ประเทศนี้ในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้า และก๊าซ ป้อนเข้ามาที่ประเทศไทย จึงเหมือนเป็นการส่งเชื้อเพลิงเข้าไปให้เขาได้ผลิตพลังงานต่างๆ ย้อนกลับเข้ามาสู่ที่ประเทศไทย เป็นการเพิ่มซัพพลาย และพลังงานเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกด้านหนึ่ง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img