“ยศชนันท์” เผยผลหารือพรรคร่วมรัฐบาลกำหนดนโยบายแถลงต่อสภาฯ สุดชื่นมื่น ระบุภูมิใจไทยไฟเขียวใส่นโยบายเพื่อไทยที่หาเสียงไว้เข้าในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวและพัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมั่นการแชร์ประสบการณ์ สส.เก่า-ใหม่ จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายได้ทรงพลัง
เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมเอสซีพาร์ค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสัมมนาพรรคว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออัปเดตระเบียบข้อบังคับของพรรค เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต และสร้างความคุ้นเคยระหว่าง ส.ส.ใหม่กับ ส.ส.เก่า รวมถึงบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญภายในพรรค
นายยศชนัน ระบุว่า การประชุมครั้งนี้ยังครอบคลุมเรื่อง แนวทางการทำงาน 4 ปี โดยผู้มีประสบการณ์จะมาแชร์องค์ความรู้และแนวทางในการเสนอญัตติต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเรื่อง พลังงานและสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งแม้สถานการณ์อาจดูเหมือนจะคลี่คลาย แต่ก็ยังต้องเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า โดยพรรคได้ประเมินสถานการณ์ใน 3 มิติ ได้แก่
- ปัจจัยสี่ เช่น อาหาร เครื่องใช้จำเป็น
- ที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายสาธารณะ เช่น ค่าไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง และยารักษาโรค
- มาตรการภาครัฐและโรงพยาบาล ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า พรรคยังเตรียมพูดคุยเรื่อง พลังงานทดแทน โซล่าเซลล์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและซัพพลายเชนใหม่ในยามฉุกเฉิน ข้อมูลและข้อเสนอเหล่านี้จะถูกรวบรวมจากการลงพื้นที่ของ ส.ส. นำเข้าสู่การประชุมสัมมนาพรรค และนำไปเสนอภาครัฐเพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วนเรื่องค่าพลังงานในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 25 มีนาคม นายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็เตรียมเสนอญัตติเช่นกัน โดยได้ติดตามความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ และรวบรวมข้อมูลเพื่อสะท้อนต่อรัฐบาลอย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ นายยศชนัน ยังกล่าวถึงการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้ปัญหาและประเด็นที่จะต้องปลดล็อกทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ถูกนำเข้าสู่แนวนโยบายของรัฐบาลแล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยที่จะบรรจุนโยบายดังกล่าวลงในรัฐบาล ซึ่งจะช่วยให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่ประชาชนคาดหวังได้
นายยศชนัน สรุปว่า การทำงานเรื่อง กระทรวงสังคมและทุนมนุษย์ แม้อาจเห็นผลลัพธ์ชัดเจนไม่มากในระยะสั้น แต่หากดำเนินการอย่างจริงจัง จะช่วยแก้ไขปัญหาระยะยาวและปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศได้ พร้อมย้ำว่าการพัฒนาเรื่อง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นสิ่งจำเป็น เพราะถือเป็นกระดูกสันหลังใหม่ของประเทศที่จะสนับสนุนการทำงานของกระทรวงอื่น ๆ



















