หน้าแรกHighlight‘เอกนัฏ’จี้‘รัฐบาล’ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ฟันคนฉวยโอกาสกักตุน-โก่งราคาน้ำมัน!

‘เอกนัฏ’จี้‘รัฐบาล’ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ฟันคนฉวยโอกาสกักตุน-โก่งราคาน้ำมัน!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘เอกนัฏ’ จี้ ‘รัฐบาล’ ใช้ยาแรง จัดการคนกักตุน-โก่งราคาน้ำมัน พร้อมฝาก ‘รมว.พลังงาน’ คนใหม่ ยึดเจตจำนงการเมือง แก้เดือดร้อนประชาชน

วันที่ 25 มี.ค.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วน ที่ 6 พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาของวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ปรากฎตามโผเป็น ‘ว่าที่ รมว.พลังงาน’ อภิปรายนำเสนอญัตติขอให้สภาฯพิจารณาแนวทางรับมือวิกฤติการรณ์จากสงครามตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ว่า จากการรายงานข้อมูลของกระทรวงพลังงาน ต่อการกลั่นน้ำมันพบว่าโรงกลั่นได้กลั่นเต็มความสามารถ เช่น ดีเซล กลั่นวันละ 77 ล้านลิตร ดังนั้นหากเชื่อข้อมูลของกระทรวงพลังงาน ได้จ่ายน้ำมันเข้าระบบบไปมากกว่าปกติ แต่ปั๊มน้ำมัน แจ้งว่าได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง เช่น โควต้า1หมื่นลิตร ได้รับ 6พันลิตร ขณะที่รถบรรทุกซื้อน้ำมันขายส่งให้ปั๊มอิสระ กลุ่มอุตสาหกรรมรถบรรทุกโรงงาน บอกว่าไม่ขาย หรือโก่งราคา จากที่ขาย 33 บาท กลับขาย 40 บาทต่อลิตร

“ผลิตของออกมามากกว่าปกติ แต่รับข้อมูลจากประชาชน ปั๊มน้ำมัน ผู้ประกอบการบอกว่าไม่ได้รับน้ำมัน รวมถึงประชาชนบบอกว่าไม่ได้รับน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ตรวจสอบคลังน้ำมันต่างๆ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ รวบรวมข้อมูล และหน่วยงานต่างๆ เช่น ศบก. ได้รับข้อมูลแล้วอย่าเก็บไว้ ต้องบอกเพื่อรักษาโรคตื่นตระหนกของประชาชน แถวบ้านผม ตลกหรือไม่ต้องเติมน้ำมันเพื่อออกไปหาน้ำมันมาเติม เติมเสร็จระหว่างทางไม่รู้จะมีน้ำมันเติมหรือไม่ กว่าจะเจอสถานีเติมน้ำมัน น้ำมันที่มีก็หมด วนไปแบบนี้” นายเอกนัฏ อภิปราย

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ขอให้โรงกลั่นขนาดใหญ่ 6 โรงกลั่นเปิดเผยข้อมูลการกลั่นและการส่งออก เพื่อให้ตรวจสอบได้และทำให้รัฐบาลทำงานง่าย ตนหวังว่าจะไม่ต้องใช้ยาแรงมากกว่าการส่งข้อมูลและการประกาศราคา หากส่งข้อมูลแล้ว ประชาชน หน่วยงานช่วยตรวจสอบ มีผู้ประกอบการรายใดฉวยโอกาสวิกฤติแสวงหากำไรที่ไม่ควรได้ กักตุนน้ำมัน ทั้งผู้ค้ารายใหญ่ และรายเล็ก ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ตนเตือนว่าหากสถานการณ์บานปลาย กลั่นเต็มที่แต่ไม่ถึงมือประชาชน ขอให้รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มงวด

นายเอกนัฏ อภิปรายต่อว่า วันนี้น้ำมันมีใช้ในราคาถูก แต่เพื่อนบ้านราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 40 – 90บาทต่อลิตร คนไทยเข้าใจว่ามีน้ำมันใช้ในราคาถูก แต่ข้อเท็จจริงคือการนำเงินในอนาคตมาจ่าย เหมือนกับยืมเงินบัตรเครดิตมาใช้ สุดท้ายต้องคืน ดังนั้นต้องทบทวนกลไกของกองทุนน้ำมัน แทนที่จะชดเชยชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบ อย่างกระทันหัน แต่เป็นกลไกที่ลดราคาถาวรแล้วทำให้คนเข้าใจผิดหรือไม่ นอกจากนั้นยังมีข้อถกเถียงว่าเงินที่นำไปชดเชยนั้น เป็นการชดเชยค่าน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน หรือชดเชยผู้ประกอบการหรือโรงกลั่นกันแน่ ดังนั้นต้องทบทวน

นายเอกนัฏ อภิปรายต่อว่า วันนี้ยังไม่ได้ตั้งรัฐบาล จึงไม่รู้ว่ารมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ตนขอใช้โอกาสส่งข้อความไปยังรมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าลืมขอให้เตือนสติด้วยว่าปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน รวมถึงไฟฟ้า มีผู้รู้คนเก่งจำนวนมาก แต่เหตุที่ทำไม่ได้เพราะไม่มีความกล้า หากการไปดำรงตำแหน่งขาดเจตจำนงทางการเมือง ตอนตนเป็นรมว.อุตสหากรรม ได้จัดการสุดซอยกับทุนนเทาที่เอาเปรียบคนไทย ดังนั้นขออย่าฟังเจ้าหน้าที่มากกว่าประชาชน ขอให้เชื่อประชาชน ตั้งสติ ตั้งใจทำงานใช้เจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา นี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img