กระทรวงการต่างประเทศเผยความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านสั่งห้ามเรือบางประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกลุ่มฮูตีประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยเรือพาณิชย์ไทย ขณะนี้มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือแล้วกว่า 1,500 คน
เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและการช่วยเหลือคนไทย
นายปาณิดล ระบุว่า สถานการณ์ในภูมิภาคมีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังอิหร่านประกาศห้ามเรือที่เกี่ยวข้องกับบางประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกลุ่มฮูตีในเยเมนเข้าร่วมการสู้รบ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดง โดยเฉพาะช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านยังออกคำเตือนว่าการโจมตีอาจลุกลามไปยังสถาบันการศึกษาในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย หลังเหตุโจมตีมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา
สำหรับการช่วยเหลือคนไทย กระทรวงการต่างประเทศได้เจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางลำสามารถเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และจัดตั้งคณะทำงานบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันสถานเอกอัครราชทูตไทยในเทลอาวีฟ จอร์แดน โอมาน และเยเมน คอยติดตามและอำนวยความสะดวกคนไทยอย่างใกล้ชิด
นายปาณิดล ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วจำนวน 1,532 คน พร้อมขอให้คนไทยที่อยู่ในภูมิภาคพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด



















