หน้าแรกHighlight‘ปปง.’ย้ำยึดตามทรัพย์‘ธัมมชโย’ถึงที่สุด หลุดแค่อาญา!แต่ไม่หยุดดำเนินคดีแพ่ง

‘ปปง.’ย้ำยึดตามทรัพย์‘ธัมมชโย’ถึงที่สุด หลุดแค่อาญา!แต่ไม่หยุดดำเนินคดีแพ่ง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

คดีอาญาจบ..แต่ทรัพย์ยังโดนยึด! ปปง. แจงปม “ธัมมชโย” ยันอายัดทรัพย์เครือข่ายธรรมกายต่อเนื่อง คืนเงินคลองจั่นแล้วหลายพันล้าน

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารระบุใจความ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่าพนักงานอัยการ มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ยุติการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในส่วนการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานรับของโจร และความผิดอาญาฐานฟอกเงิน เนื่องจากเมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พยายามติดตามตัวผู้ต้องหามาโดยตลอดแต่ไม่พบตัว เมื่อครบอายุความตามหมายจับ อัยการจึงต้องยื่นขอยุติการดำเนินคดี นั้น

สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่า การดำเนินการของสำนักงาน ปปง. ในส่วนที่เกี่ยวกับยึดและอายัดทรัพย์สินของพระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ นั้น เป็นกรณีที่สืบเนื่องจากการดำเนินการกับทรัพย์สินรายคดี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการยักยอกทรัพย์ฯ ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และเป็นความผิดฐานฟอกเงิน โดยสำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินในกรณีดังกล่าวมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2563 มีการแยกสำนวนการดำเนินการเป็นหลายรายคดี เนื่องจากตรวจสอบข้อมูลพบการจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก มีเส้นทางการทำธุรกรรมที่แยกจากกันหลายกรณี ซึ่งปัจจุบันคดีทั้งหมดอยู่ในกระบวนการชั้นศาล มีทั้งคดีที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ให้นำทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไปคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย (สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด) และคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

สำหรับเส้นทางการเงินเฉพาะในส่วนที่เชื่อมโยงไปยังพระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ พบข้อมูลตามเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน 27 ฉบับ ที่สั่งจ่ายให้พระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งสำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินของพระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ โดยศาลมีคำสั่งในคดีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.รายคดีนายศุภชัย กับพวก (กรณีนำเช็คสหกรณ์ฯ ไปมอบให้บุคคลอื่นฯ) ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 58 ล้านบาท (ย.170/2559) ผลการดำเนินการชั้นศาล เป็นคดีถึงที่สุด โดยศาลมีคำสั่งให้คืนเงินให้กับสหกรณ์ฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย (คดีหมายเลขแดง ฟ.5/2561)


2.รายคดีนายศุภชัย กับพวก (กรณีบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างอาคารบุญรักษาฯ) ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 395 ล้านบาท (ย.67/2560) ผลการดำเนินการชั้นศาล เป็นคดีถึงที่สุดโดยศาลมีคำสั่งให้คืนเงินให้กับสหกรณ์ฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย (คดีหมายเลขแดง ฟ.14/2561) 3.รายคดีนายศุภชัย กับพวก (กรณีนำเช็คสหกรณ์ฯ ไปมอบให้บุคคลอื่นฯ) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 1,585 ล้านบาท (ทรัพย์สินของมูลนิธิมหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในโครงการ WORLD PEACE VALLEY) (ย.217/2559) ผลการดำเนินการชั้นศาล เป็นคดีถึงที่สุดโดยศาลสั่งให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินแก่สหกรณ์ฯ และให้นำส่วนที่เกินจำนวนความเสียหาย ตกเป็นของแผ่นดิน (คดีหมายเลขแดง ฟ.22/2561) 4.รายคดีนายศุภชัย กับพวก (กรณีนำเงินที่รับโอนจากวัดพระธรรมกายไปซื้อที่ดินฯ) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 298 ล้านบาท (ย.57/2560) ผลการดำเนินการชั้นศาล เป็นคดีถึงที่สุด โดยศาลสั่งให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินแก่สหกรณ์ฯ และให้นำส่วนที่เกินจำนวนความเสียหาย ตกเป็นของแผ่นดิน (คดีหมายเลขแดง ฟ.160/2561)


5.รายคดีนายศุภชัย กับพวก (กรณีวัดพระธรรมกายรับเงินจากสหกรณ์ฯ เกี่ยวกับโครงการอาคารมหารัตนวิหารคด) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 778 ล้านบาท (ย.206/2561) ผลการดำเนินการชั้นศาล ศาลเห็นสมควรให้รอการพิจารณาคดีไว้ เพื่อฟังคำวินิจฉัยในคดีอาญา (คดีที่นายศุภชัย เป็นจำเลยในคดีอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และยักยอกทรัพย์ฯ) จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว ซึ่งหากมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายศุภชัยแล้ว ศาลจะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป (คดีหมายเลขแดง ฟ.25/2563) 6.รายคดีนายศุภชัย กับพวก (กรณีมูลนิธีมหาอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง อาคารโครงการ 100 ปี) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 663 ล้านบาท (ย.87/2561) ผลการดำเนินการชั้นศาล ศาลเห็นสมควรให้รอการพิจารณาคดีไว้ เพื่อฟังคำวินิจฉัยในคดีอาญา (คดีที่นายศุภชัย เป็นจำเลยในคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และยักยอกทรัพย์ฯ) จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว ซึ่งหากมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายศุภชัยแล้ว ศาลจะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป (คดีหมายเลขแดง ฟ.26/2563)


สำนักงาน ปปง. ขอเรียนย้ำว่า การดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นมาตรการทางแพ่ง โดยมุ่งเน้นขยายผลไปยังทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในทุกมิติ หากปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงไปยังทรัพย์สินของบุคคลใดสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย หรือดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย เพื่อตัดวงจรการประกอบอาชญากรรมให้สมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img