โฆษกศบก.ชี้ตะวันออกกลางยังตึงเครียด “ช่องแคบบับเอลมันเดบ”เสี่ยงปิดเพิ่มขึ้น

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘โฆษก ศบก.’ ชี้ตะวันออกกลางยังตึงเครียด “ช่องแคบบับเอลมันเดบ ทะเลแดง” เสี่ยงปิด เผย ก.พลังงาน เตรียมแผนรับมือระยะ 3 เร่งมาตรการดูแลประชาชนรอบด้าน เสียใจที่สถานการณ์ต้องเป็นแบบนี้ เข้าใจความเครียดประชาชน รับโชคร้ายสงครามเกิดในจังหวะรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม ด้าน ‘ผอ.กองทุนน้ำมัน’ แจง ประกาศขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก เหตุต้องรอราคาตลาดโลกปิด รองปลัดพลังงาน ตอบไม่ได้จะขึ้นถึงลิตรละ 58 บาทหรือไม่

วันที่ 31 มี.ค.69 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เปิดเผยว่า การปรับรูปแบบการแถลงข่าวในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้การสื่อสารของรัฐ เล่าความจริง อย่างตรงไปตรงมา และเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและสื่อมวลชนมากขึ้น โดย ศบก. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล ถ่ายทอดสถานการณ์จริง ควบคู่กับการอธิบายให้เข้าใจง่ายในทุกมิติหัวใจสำคัญของการแถลงครั้งนี้ คือ แนวคิด ยืนระยะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำไว้ก่อนหน้านี้ โดยหมายถึงการที่ประเทศไทยต้องสามารถ ยืนหยัด ผ่านวิกฤตในระยะยาวให้ได้ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พร้อมเปรียบเทียบว่า วิกฤตครั้งนี้เหมือนการวิ่งมาราธอน ที่ต้องมีการบริหารพลังงานและทรัพยากรอย่างรอบคอบ แตกต่างจากการวิ่งระยะสั้นที่สามารถใช้กำลังทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้น รัฐบาลกำลังวิ่งไปพร้อมกับประชาชนทั้งประเทศ และต้องพาทุกคนไปถึงเส้นชัยให้ได้ โดยมาตรการต่าง ๆ จะให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีกำลังน้อยหรือเปราะบางเป็นอันดับแรก

น.ส.ณัฏฐา ยังเปิดเผยถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ยกระดับความตึงเครียด เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด มีข้อจำกัดในการเดินเรือ โดยบางประเทศได้รับอนุญาตให้ผ่านเส้นทางดังกล่าว และบางประเทศถูกห้ามผ่าน

ขณะที่ ช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของภูมิภาคกำลังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ไทยยังสามารถใช้ช่องทางการทูตเจรจาให้เรือไทยผ่านได้ แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ส่งผลให้ต้องมีการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งกระทรวงพลังงาน มีการวิเคราะห์ฉากทัศน์ หรือสถานการณ์สมมติ 3 แบบ รองรับสถานการณ์ โดยระดับที่ 1 เริ่มได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่รุนแรง การขนส่งน้ำมันอาจล่าช้าและมีปริมาณลดลง, /ระดับที่ 2 หากเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุสต่อเนื่องเกิน 1 เดือน แต่ยังสามารถนำเข้าน้ำมันดิบได้บางส่วน และโรงกลั่นในประเทศยังปรับตัวรองรับได้ และ ระดับที่ 3 ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางได้เลย ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ปิดช่องแคบทั้งหมดเลยช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบบับเอลมันเดบ ถือเป็นสถานการณ์รุนแรงสูงสุด

โดยสถานะน้ำมันสถานการณ์ปัจจุบันของไทยอยู่ในระยะ 2 ที่จะเข้าสู่ระดับ 2.2 คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายภายใน 1 เดือน มีการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ๆ ซึ่งระดับนี้อาจจะขึ้นไปถึงระดับ 3 ได้หากการสู้รบอยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรง /ขณะนี้โรงกลั่นใช้กำลังผลิตตั้งแต่ 109 ถึง 110 % ใช้กำลังเกินกว่าที่โรงกลั่นใช้อยู่ และจำกัดการส่งออกอยู่ในความจำเป็นในการใช้ ซึ่งมาตรการ คือ การสนับสนุนให้ Work From Home ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาขยับมาตรการ เผื่อหากมีการยกระดับขึ้นเป็นระดับที่ 3 ซึ่งกระทรวงพลังงานมีแผนเตรียมพร้อมแล้วหากสถานการณ์ยกสู่ระดับ 3 ไว้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ประชาชนสบายใจได้ในระดับหนึ่ง

น.ส.ณัฏฐา ระบุถึง น้ำมันดีเซล บี 20 ว่าใช้ได้กับรถยนต์ที่ผู้ผลิตรถยนต์ให้การรับรองเท่านั้น หากรถยนต์คันใดที่ยังไม่ได้ผลิตให้ใช้ ก็อย่าเติม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรถบรรทุก และรถกระบะ ประชาชนสามารถตรวจสอบรุ่นรถยนต์ได้ ในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน

หากรถคันไหนใช้บี 20 ได้ ขอให้มั่นใจคุณภาพมาตรฐานปี 20 ในประเทศไทยว่ามีคุณภาพในระดับที่ได้มาตรฐาน เติมได้รถไม่เสียแน่นอน

เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความเสี่ยงมากขึ้น ประเทศต่างๆก็มีการยกระดับมาตรการในการดูแลประชาชน เช่นเกาหลีใต้ มีมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์ห้าวันต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับภาคราชการ คิดว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 3,000 บาเรลต่อวัน

และมีการเวิร์คฟอร์มโฮมมีการเข้างานแบบเหลื่อมเวลา พร้อม เพราะมีนโยบายใช้กับประชาชนอีก 12 ข้อ เช่น ให้ประชาชนขับรถแบบ 5 วัน เว้นวันตามเลขทะเบียน /ระยะทางไกลให้ใช้จักรยานหรือเดิน/ ปรับอุณหภูมิแอร์ในที่ทำงาน และลดระยะเวลาอาบน้ำขออย่าลากยาว เพราะเกาหลีใต้ใช้น้ำอุ่น

ส่วนกระทรวงพาณิชย์ ติดตามสอดส่องตามอำนาจหน้าที่ที่มี ในการกำกับเรื่องการติดราคาสินค้า ราคาสินค้าควบคุม มีการลงพื้นที่ รับเรื่องร้องเรียน หากมีการลักไก่ขึ้นราคาสินค้า ไม่ได้ติดป้าย แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร.1569

อย่างไรก็ตามวันพรุ่งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะมีการเปิดตัวโครงการไทยช่วยไทย เป็นการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชน ห้างค้าปลีก โมเดิร์นเทรด มีการจัดโพรโมชันลดราคาสินค้าหลายชนิด

ส่วนหลักการและแนวทางในการประกาศขึ้นราคาน้ำมันช่วงกลางดึก ที่ก่อนหน้านี้บอกไม่ขึ้นกลางดึกแล้ว น.ส.ณัฏฐา ระบุว่าตามหลักแล้วควรจะขึ้นกลางคืน และไม่ควรประกาศล่วงหน้าเพราะไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และไม่ต้องการให้เกิดน้ำมันขาดหน้าปั๊ม หากบอกล่วงหน้าก็จะเจอสถานการณ์เหมือนที่ผ่านมา เราจะเจอกับมันขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ ส่วนหนึ่งทุกครั้งที่ขึ้นจะช่วยลดความพยายามกักตุน ลักลอบส่งออก เราต้องยอมรับความจริง ประเทศไทยราคาน้ำมันหน้าปั๊มต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับเราโดยรอบทั้งหมด การขึ้นตามธรรมชาติมีข้อดีแต่มีข้อเสียกับกระเป๋าของเราทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลต้องดูแลข้อเสียว่าจะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร

น.ส.ณัฏฐา ยังยอมรับอีกว่า ประชาชนอยู่ในกลุ่มที่มีกำลังความช่วยเหลืออาจยังมาไม่ถึง แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มเปราะบางผู้มีรายได้น้อยความช่วยเหลือจะมาถึงก่อน ยอมรับว่าเข้าใจถึงความล่าช้า และเมื่อวานนี้มีการสอบถามในที่ประชุม ศบก. ถึงเรื่องของการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะยังไม่มีการเติมเงิน ซึ่งตอนนี้เรายังอยู่ในสภาวะสุญญากาศของการใช้อำนาจ อยู่ในรอยต่อของรัฐบาลเก่าและใหม่ /ครม. ใหม่ยังไม่ได้ / การอนุมัติงบประมาณ เพื่อขอกกต.ต้องมีมติในครม. ยืนยันว่ารอแถลงนโยบายก่อน หลังจากนั้นรับรองว่าเร็วแน่นอน รัฐบาลอนุทิน ขึ้นชื่อว่าไวในการอนุมัติ

สำหรับการขึ้นราคากลางดึก ประชาชนไม่มีการเตรียมความพร้อม รัฐบาลจะชี้แจงอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า จะไม่มีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน กลางดึกแล้ว นั้น น.ส.ณัฏฐา ระบุว่า สถานการณ์เปลี่ยน แนวทางและมาตรการต้องเปลี่ยน เชื่อว่าเวลาที่นายพิพัฒน์บอกก็ไม่ได้โกหก แต่วันนี้สถานการณ์ 2 ช่องแคบนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทุกประเทศต้องยกระดับมาตรการขึ้นทั้งหมด จากนี้เป็นต้นไป หากมีแนวทางไม่เหมือนเดิมต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้า ยืนยันว่าจะมี ซึ่งเราจะพยายามสื่อสารถึงเหตุและผลให้ดีที่สุด เพราะ ศบก.เชื่อว่าประเทศเราขับเคลื่อนด้วยเหตุผล และเราจะใช้สิ่งนั้นในการทำงาน คือ ข้อเท็จจริง เหตุผล และการสื่อสาร

ด้านนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชี้แจงถึงการที่ กบน.ประกาศขึ้นราคาน้ำมันช่วงกลางกลางดึกด้วยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกช่วงนี้ มีความผันผวนเยอะ เราจึงต้องดูข้อมูลรอบด้าน โดยเฉพาะราคา ในอดีตที่ผ่านมาเป็นช่วงปกติ สามารถคำนวณราคาในช่วงเวลากลางวันได้ แต่ปัจจุบันราคาช่วงกลางวันกับช่วงกลางคืนเปรียบเทียบกันไม่ได้ กลางวันติดลบ กลางคืนกลับมาเป็นบวก เช่นเมื่อคืนนี้ ( 30 มี.ค.) ช่วงกลางวันติดลบอยู่ที่ 20-30 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่พอช่วงกลางคืน เพิ่มมาอีก 14 ดอลลาร์สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปิดตามราคาตลาดโลก

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องดูคือราคาของประเทศเพื่อนบ้าน ฐานะของกองทุนน้ำมันว่าจะมีสภาพคล่องอย่างไร และต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ รวมถึงภาระที่จะกระทบต่อประชาชน พร้อมยกตัวอย่างว่า เมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) เราประกาศขึ้นราคาดีเซล 1.80 บาท หากดูเทียบกับค่าการตลาดในวันนี้ ก็ยังติดลบ แต่กองทุนน้ำมันคิดว่ายังสามารถแบกได้ครึ่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนมากเกินไป

นายพรชัย ยังกล่าวอีกว่า กบน.จึงต้องมีการประชุมในเวลา 20.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ตลาดสิงคโปร์ ปล่อยราคาน้ำมันออกมา และเราต้องมาคำนวณเป็นเงินบาท ทำเป็นโครงสร้างราคา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร รวมถึงต้องประกาศราคาที่กองทุนน้ำมันชดเชยให้ประชาชนทราบ ในเวลาประมาณ 21.00 น. ดังนั้นขอให้มั่นใจว่า กบน.ดูทุกด้านอย่างรอบคอบทุกมิติ ยืนยันว่าเราไม่ได้เอื้อผู้ค้า

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า จากนี้ ก่อน 4 ทุ่ม ประชาชนก็จะไม่เข้าบ้าน และเอารถไปจอดรอ เพราะบอกว่าราคาน้ำมันจะประกาศกลางดึก ทุกคนจะได้นำรถไปเตรียมน้ำมันไว้ ตอนนี้เป็นภาระของประชาชนมาก น.ส.ณัฏฐา ระบุว่า เป็นทางเลือกของประชาชน พิจารณาว่ารถของตัวเองควรจะเติมน้ำมันในวันนั้นหรือไม่ ปัจจัยการขึ้นลงของราคาน้ำมันไม่ได้อยู่ในประเทศเราจึงไม่สามารถที่จะบอกราคาล่วงหน้าได้ ถ้าราคาเหวี่ยงแรงในประเทศก็จะต้องมีการขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่นอกเหนือจากการตรึงราคาน้ำมัน

ขณะที่ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความผันผวนของราคาน้ำมันว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นลงวันไหน อยู่ที่ตลาดโลก ซึ่งขณะนี้ผันผวนมาก ดังนั้น กบน.ต้องติดตามและใช้ราคาที่ปิดตลาดถึงจะพิจารณาได้ ส่วนประชาชน จะต้องรอลุ้นถึงช่วง 22.00 น. หรือไม่นั้น เป็นอีกประเด็น เพราะแต่ละวัน กบน.ก็ไม่ทราบว่าจะมีการปรับขึ้นราคาหรือไม่ ต้องดูสถานการณ์รายวัน แต่หากมองว่าสามารถดูแลได้ ก็จะทำเต็มที่ หากไม่ไหวก็ต้องปรับราคาไปตามกลไกตลาด

ส่วนกรณีกองทุนยังติดลบ แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่แนวโน้มราคาน้ำมัน จะปรับตัวในคืนนี้ หรือพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) ใช่หรือไม่ นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า กำลังดูอยู่ เพราะขณะนี้ราคาผันผวน วันนี้อาจจะเห็นว่าราคาขึ้นหรือลงก็ได้ ทั้งนี้ หากราคาลงจนทำให้ค่าการตลาดดีขึ้น อาจมีการพิจารณาว่าจะไม่มีการปรับในวันนี้ แต่หากกองทุนน้ำมันสามารถดูแลได้ และประเมินค่าการตลาดแล้ว ราคาน้ำมันก็มีมีแนวโน้มหยุดนิ่ง อาจจะดูแลไปก่อนอีก 1-2 วัน แล้วแต่สถานการณ์

นายวีรพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า สถานะกองทุนน้ำมันขณะนี้ มีเงินไหลออกวันละประมาณ 1.5 พันล้านบาท เมื่อวานติดลบอยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้มากแค่ไหนว่าประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันสูงถึงลิตรละ 58 บาท นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยราคา สถานะกองทุน รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนนํ้ามัน ต้องดูหลายด้านประกอบการ ซึ่งไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ว่าราคาจะขึ้นไปถึงเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานพยายามลดภาระให้มากที่สุด ซึ่งกองทุนน้ำมันมีไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพ ตรึงราคาคงไม่ไหว หากไม่มีกองทุนน้ำมัน ราคาก็คงกระชากไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ช่วงท้าย น.ส.ณัฏฐา ยังแสดงความเสียใจที่สถานการณ์ต้องเป็นแบบนี้ ตอนรัสเซีย ยูเครน เราติดลบได้มากกว่านี้ เพราะตอนนั้นรัฐบาลมีอำนาจเต็ม มีมติขยายวงเงินได้ และเข้าใจความเครียดของประชาชน แต่สงครามครั้งนี้เกิดขึ้น และโชคร้ายที่อยู่ในจังหวะที่รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจบางอย่าง ได้อย่างเต็มที่ เช่นการลดภาษีสรรพสามิตโดยเร็ว รัฐบาลจึงต้องใช้มาตรการที่สามารถทำได้เลยก่อน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img