ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ไม่สั่งมาตรการชั่วคราวคดีบัตรบาร์โค้ด ชี้ยังไม่มีเหตุป้องกันความเสียหายหรือความรุนแรงอันใกล้จะถึง
วันนี้ (1 เม.ย. 69) ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดี คดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ซึ่งผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
ต่อมา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ผู้ร้องเรียนที่ 18 ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ยื่นคำร้องฉับลงวันที่ 18 มี.ค. 69 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย โดยให้ยุติหรือชะลอการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า นายภัทรพงศ์ ไม่ใช่ผู้ร้องในคดีนี้ คำร้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 55 ซึ่งจะกระทำโดยผู้ร้องเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว.



















