รมว.กลาโหมยอมรับสถานการณ์ชายแดนมีแรงกดดัน แต่ไม่หนักใจ เชื่อมั่นผู้นำเหล่าทัพ–ระบบข่าวกรอง ย้ำไม่มีสัญญาณรบรอบใหม่ ขอประชาชนเชื่อข้อมูลทางการมากกว่าโซเชียล เตือนระวังสงครามลูกผสมสร้างความแตกแยก
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีความตึงเครียดว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเผชิญแรงกดดัน แต่ตนไม่ได้รู้สึกลำบากใจ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บังคับหน่วยทุกระดับ ที่มีเป้าหมายเดียวกันในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า กำลังพลของกองทัพมาจากการฝึกในสถาบันเดียวกัน ทั้งโรงเรียนนายสิบและโรงเรียนนายร้อย เมื่อเข้ามาปฏิบัติงานก็หลอมรวมเป็นทีมเดียวกัน จึงไม่ต้องกังวลต่อความเป็นเอกภาพในการทำงาน
เมื่อถามถึงนโยบายรับมือสถานการณ์ชายแดน โดยเฉพาะในช่วงที่กัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งระดับประเทศในปีหน้า และอาจมีความกังวลเรื่องการสร้างสถานการณ์ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลถึงการเกิดเหตุรุนแรงหรือ “รบรอบที่ 3” เนื่องจากกองทัพมีความพร้อมและเชื่อมั่นในศักยภาพของกำลังพลในการป้องกันประเทศ
อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องระมัดระวัง โดยการจะเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งจำเป็นต้องมี “สิ่งบอกเหตุ” ซึ่งกองทัพมีระบบข่าวกรองและการเฝ้าตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ เช่น โฆษกกองทัพภาค นายอำเภอ หรือผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ได้โดยตรง
พร้อมกันนี้ พล.ท.อดุลย์ ได้เตือนให้ประชาชนระมัดระวังการรับข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่รูปแบบความขัดแย้งที่เรียกว่า “สงครามไฮบริด” หรือสงครามลูกผสม ซึ่งใช้ข้อมูลข่าวสารเป็นเครื่องมือสร้างความสับสนและความแตกแยก
“ขออย่าไปเชื่อโซเชียล ให้ใช้วิจารณญาณ เพราะเราไม่รู้ว่าผู้โพสต์มีเจตนาอะไร ขอให้ใจเย็น ๆ และอย่าสร้างความแตกแยกให้กับผู้ปฏิบัติงาน” พล.ท.อดุลย์ กล่าว
ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ ยังย้ำว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับในกองทัพ ต่างมีความห่วงใยและรักกำลังพลของตนเอง ไม่มีใครต้องการให้ลูกน้องตกอยู่ในอันตราย.



















