กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์โต้กระแสข่าวลือ ชี้แจงรายละเอียดการรักษา “เอกชัย หงส์กังวาน” หลังกลับเข้าเรือนจำรอบใหม่ เผยผลอัลตราซาวด์พบคราบแผลเดิมจากฝีในตับแต่ไม่อันตราย ส่วนระบบปัสสาวะแพทย์เชี่ยวชาญยันไร้เชื้อ-ไม่ใช่มะเร็ง สั่งจ่ายยาบรรเทาอาการพร้อมฝึกกลั้นปัสสาวะ
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารระบุใจความ ตามที่นายเอกชัย หงส์กังวาน จำเลยในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 เคยถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 ก.ค.66 โดยขณะนั้นมีประวัติป่วยด้วยโรคฝีในตับ ได้เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี จนกระทั่งแพทย์เห็นว่า ขนาดฝีลดลงจนเหลือแต่ร่องรอยแผลในตับ ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ แพทย์จึงให้หยุดยาปฏิชีวนะได้ เดือนธ.ค.66 แพทย์ติดตามอาการและนัดอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลราชวิถีอีกครั้ง ในช่วงเดือน มี.ค.67 ซึ่งต่อมาในวันที่ 4 ก.พ.67 นายเอกชัยได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจำคุกไปแล้วนั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า นายเอกชัยกลับเข้าคุมขังอีกครั้งในวันที่ 5 ส.ค.68 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และย้ายไปคุมขังยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยช่วงที่รับตัวแรกรับเข้าคุมขังเรือนจำมีการตรวจร่างกายพบว่า สัญญาณชีพและอาการทั่วไปปกติ จากการซักถามประวัติการเจ็บป่วยในอดีตพบว่า นายเอกชัยเคยป่วยเป็นโรคฝีในตับ โดยไม่พบประวัติการรักษาต่อเนื่องของนายเอกชัยระหว่างอยู่ภายนอกเรือนจำ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ส่งตัวนายเอกชัยไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 23 มี.ค.69 นายเอกชัยได้รับการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) โดยละเอียด ผลการตรวจพบเพียงภาวะตับและม้ามโตเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แจ้งผลให้นายเอกชัยทราบโดยตรง และมีความเห็นว่าอาการดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย สามารถกลับไปคุมขังและดูแลต่อเนื่องที่เรือนจำกลางคลองเปรมได้ตามปกติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มี.ค.69 ทีมแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะได้เข้าตรวจวินิจฉัยกรณีปัสสาวะบ่อยและไม่พุ่ง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis) และผลตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) พบว่าปกติ ไม่พบการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน และไม่มีภาวะอักเสบรุนแรง แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองด้วยวิธีฝึกกลั้นปัสสาวะ (Bladder Training) พร้อมจัดยา Alfuzosin PR (ขนาด 10 mg) ให้รับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อบรรเทาอาการและช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ แพทย์เฉพาะทาง จึงมีความเห็นส่งตัวนายเอกชัยกลับไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 โดยมีพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำกลางคลองเปรมดูแลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้วางแผนการรักษาในระยะยาว โดยมีการนัดหมายติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ค.69 เพื่อตรวจปัสสาวะและวัดปริมาณปัสสาวะตกค้าง (PVR) ประเมินประสิทธิภาพการรักษาอย่างเป็นระบบ กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า นายเอกชัยยังคงสามารถช่วยเหลือตนเองและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาลและทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) และหลักสิทธิมนุษยชน กรมราชทัณฑ์ขอให้สังคมเชื่อมั่นว่า การดูแลผู้ต้องขังทุกคนเป็นไปตามมาตรฐานการแพทย์และระเบียบของทางราชการ โดยคำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด.



















