สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ตั้งข้อสังเกตตัวเลขน้ำมันดีเซลผิดปกติช่วงมี.ค. ชี้อาจมีน้ำมัน “ลม–เก๊” ในระบบ หวั่นรัฐสูญงบชดเชยนับหมื่นล้านบาท พร้อมเรียกร้องผู้เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงโดยด่วน
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าวถึงกรณีความผิดปกติของปริมาณน้ำมันดีเซลในประเทศ โดยระบุว่า พบความผิดปกติอย่างร้ายแรงที่อาจเข้าข่ายเป็นขบวนการทุจริตขนาดใหญ่ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา
นพ.วรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทางการของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่าในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนมี.ค. มีตัวเลขการส่งน้ำมันดีเซลไปยังสถานีบริการทั่วประเทศสูงถึงเฉลี่ย 70 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดือนม.ค.ที่อยู่ราว 51 ล้านลิตรต่อวันอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันกลับเกิดภาวะประชาชนไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ ถูกจำกัดวงเงินเพียง 500–1,000 บาทต่อคัน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแม้ปริมาณการจ่ายน้ำมันจะลดลงเหลือเพียง 37–46 ล้านลิตรต่อวัน แต่สถานการณ์กลับเป็นปกติ ประชาชนสามารถเติมน้ำมันได้โดยไม่ขาดแคลน จึงตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีน้ำมันดีเซล “หายไปจากระบบ” ถึงประมาณ 600–700 ล้านลิตร
“น้ำมันส่วนเกินปริมาณมหาศาลนี้ อาจเป็นเพียงตัวเลขในบัญชี หรือเป็นน้ำมันลม น้ำมันเก๊ เพื่อใช้เป็นช่องทางเบิกเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในช่วงนั้นมีการชดเชยสูงถึงลิตรละ 15–20 บาท หากคำนวณจากปริมาณ 600 ล้านลิตร จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาษีประชาชนนับหมื่นล้านบาท” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ทราบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว แต่เห็นว่าการตรวจสอบเส้นทางขนส่งหรือจีพีเอสอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ควรตรวจสอบเชิงบัญชีตั้งแต่ต้นน้ำคือโรงกลั่น กลางน้ำคือคลังน้ำมัน ไปจนถึงปลายน้ำคือสถานีบริการ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าใครเกี่ยวข้องกับความผิดปกติดังกล่าว
ทั้งนี้ ยอมรับว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า อาจมีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานรัฐ ข้าราชการระดับสูง และผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน พร้อมเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์
นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังแสดงความเห็นต่อแนวคิดมาตรการเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันหลังวันที่ 20 เม.ย. ว่า ขณะนี้สถานการณ์การใช้น้ำมันเริ่มคลี่คลาย ปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าว เว้นแต่จะเกิดภาวะขาดแคลนในอนาคต
“หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงความโปร่งใสของกรณีน้ำมันหายได้ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต” นพ.วรงค์ กล่าว.



















