รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ เผยรัฐบาลเร่งช่วยเหลือคนไทยถูกทหารกัมพูชาจับข้อหาลักลอบข้ามแดน พร้อมย้ำการเจรจาปัญหาเขตแดนทางทะเลจะยึดกรอบกฎหมายสากล UNCLOS ระบุชัด “เกาะกูด” เป็นของไทย หากลากเส้นเขตแดนตามหลักสากลจะเห็นได้ชัดเจน
เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ สักพวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาจับกุมคนไทยที่เข้าไปหาของป่าในข้อหาลักลอบข้ามแดน ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในเรื่องการจัดหาทนายความ ซึ่งได้มีการประสานงานเรียบร้อยแล้ว พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กัมพูชานำบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน หรือ MOU 2544 ไปขึ้นทะเบียนเป็นหลักฐานเรื่องเส้นเขตแดน ก่อนที่รัฐบาลไทยจะประกาศยกเลิกนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกัมพูชาเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS ซึ่งถือเป็นกรอบกฎหมายสากลเดียวกันที่ทั้งสองฝ่ายจะใช้ในการหารือ
“ในส่วนของ MOU44 ไทยได้ยกเลิกไปแล้ว และมองว่าการเจรจาภายใต้กรอบ UNCLOS เป็นแนวทางที่ดี เพราะเป็นกติกาสากลที่ทุกฝ่ายยอมรับ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าจะใช้กลไกใด” นายสีหศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า การที่กัมพูชานำ MOU ปี 2544 ไปขึ้นทะเบียนเพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน โดยเฉพาะกรณีเส้นเขตแดนที่กัมพูชาลากผ่านเกาะกูด จ.ตราด ของไทย จะส่งผลกระทบหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากภายใต้กฎหมาย UNCLOS จะต้องพิจารณาตามหลักเขตแดนทางทะเลและกฎหมายระหว่างประเทศที่นานาชาติยอมรับ
“ผมไม่ทราบว่าเขาไปขึ้นทะเบียนอะไรอย่างไร แต่รู้เพียงว่า การพูดคุยจะต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย UNCLOS” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถูกถามว่า จะไม่มีผลกระทบต่ออธิปไตยเหนือเกาะกูดของไทยใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า “หากมีการลากเส้นเขตแดนตามหลักกฎหมายสากล จะเห็นได้ชัดว่าเกาะกูดเป็นของไทยอยู่แล้ว”



















