“อนุทิน” ลั่นกวาดล้างยาเสพติด ยึดยาบ้า 915 ล้านเม็ด

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลเดินหน้าประกาศสงครามยาเสพติดอย่างเข้มข้น “อนุทิน ” นำทีมตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง แถลงผลงานปราบปรามเครือข่ายค้ายาในรอบกว่า 7 เดือน จับกุมกว่า 183,000 คดี ยึดของกลางมหาศาล พร้อมย้ำผู้ค้า-ผู้เสพ-ผู้สนับสนุน ต้องถอนตัวจากวงจรนี้ ก่อนถูกกฎหมายเล่นงานถึงที่สุด

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากหลายหน่วยงาน อาทิ ศอ.ปส.ตร., บช.ปส., บช.น., ภ.1, บช.ตชด., บช.ก. รวมถึงหน่วยงานภาคีด้านความมั่นคง เข้าร่วมแถลงผลงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเอาชนะปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด

ตลอดระยะเวลากว่า 7 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังร่วมกับทุกภาคส่วน เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกในทุกมิติ จนสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวม 183,979 คดี พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมหาศาล ประกอบด้วย ยาบ้า 915 ล้านเม็ด ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม เฮโรอีน 756 กิโลกรัม คีตามีน 5,222 กิโลกรัม และยาอีอีกกว่า 274,880 เม็ด รวมถึงอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาได้มูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

สำหรับผลการจับกุมรายสำคัญในแต่ละพื้นที่ พบว่าหลายหน่วยสามารถขยายผลจนทลายเครือข่ายขนาดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจับไอซ์เกือบ 500 กิโลกรัมในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ การใช้ระบบ Big Data แกะรอยขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานสู่ภาคกลาง การทลาย 12 เครือข่ายใหญ่ในภาคเหนือ พร้อมยึดยาบ้ากว่า 30 ล้านเม็ด รวมถึงการสกัดยาเสพติดล็อตมหึมาผ่านระบบขนส่งเอกชนจากเชียงใหม่สู่ภาคใต้

ขณะเดียวกัน กองบัญชาการตำรวจนครบาลสามารถสกัดจับรถตู้ดัดแปลงซุกไอซ์ 300 กิโลกรัมในพื้นที่ จ.นครปฐม ส่วนตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับข่าวกรองทางทหาร ขยายผลทลายบ้านเช่าใน จ.พระนครศรีอยุธยา ยึดยาบ้าเพิ่มอีกกว่า 9.5 ล้านเม็ด ด้านตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยังสามารถจับกุมเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดทั้งทางรถยนต์และขบวนรถไฟได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังบุกทลายแหล่งผลิต “สารเอโทมิเดต” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้า “พอตเค” ภายในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย และตรวจยึดอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก เพื่อดำเนินคดีและขยายผลไปยังผู้บงการรายใหญ่ต่อไป

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยอย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการปราบปรามและสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

พร้อมย้ำเตือนว่า จากการจับกุมที่ผ่านมา มีผู้ต้องหาหลายรายได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าขบวนการค้ายาจะรุนแรงหรือขยายตัวมากเพียงใด ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายของรัฐได้ โดยรัฐบาลมองว่าผู้ค้ายา ผู้สนับสนุน และผู้ที่อยู่ในวงจรยาเสพติด ล้วนเป็นภัยต่อสังคม และเรียกร้องให้รีบถอนตัวออกจากเส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะเยาวชนที่กำลังตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด

นายอนุทิน ยังระบุด้วยว่า คดียาเสพติดถือเป็นคดีอาญาร้ายแรงที่ไม่สามารถยอมความได้ มีบทลงโทษตั้งแต่จำคุกระยะยาว ไปจนถึงจำคุกตลอดชีวิต พร้อมสะท้อนความห่วงใยไปยังครอบครัวของผู้กระทำผิด แม้เจ้าหน้าที่จะเห็นใจ แต่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เนื่องจากเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย

ทั้งนี้ รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างจริงจังต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img