ชี้คนแห่ลงทะเบียน“ไทยช่วยไทยพลัส” สะท้อนวิกฤติ“ของแพง”รัฐควบคุมไม่ได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” เบรกอารมณ์รัฐบาลภูมิใจไทยหลังโชว์ยอดลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสวันแรกเกือบเต็ม ชี้ตัวเลขสะท้อนวิกฤตราคาสินค้าพุ่ง ประชาชนแห่ชิงเงิน 4,000 บาทเพื่อลดค่าใช้จ่าย จี้ปลดล็อกไม่จำกัดสิทธิ์ เพื่อความเท่าเทียมในฐานะคนไทยที่ต้องแบกรับภาระหนี้กู้ร่วมกัน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง โพสต์ข้อความกรณี ทำไม???คนแห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส โดยมีเนื้อหาว่า

หลังจากรัฐบาลประกาศให้มีการลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส จำนวน 30ล้านสิทธิ์ ในวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเมื่อวานเป็นวันแรกของการลงทะเบียน บรรยากาศเป็นไปโดยความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงขออนุญาตปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จากการที่ประชาชนแห่กันลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ของรัฐบาลใน4ประเด็น คือ

1.เป็นความสำเร็จของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ผลักดันพรก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท และนำเงินกู้ 2แสนล้านบาท มาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส เมื่อประชาชนแห่กันเช่นนี้ รัฐบาลก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เห็นได้จากท่าทีของนายภราดร ปริศนานทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า เปิดลงทะเบียน 5 ชั่วโมง เหลือสิทธิ์8ล้านสิทธิ์เท่านั้น ถือว่าประสบความสำเร็จ และในขณะเดียวกันตลอดทั้งวัน พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิ์รวมแล้วประมาณ 24ล้านสิทธิ์ คงเหลืออีก 6ล้านสิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะลงทะเบียนใช้สิทธิ์ทั้ง 30 ล้านสิทธิ์ ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 อย่างแน่นอน

2.ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น บ่งบอกถึงความนิยมของคนไทยืหรือนิสัยของคนไทยบางส่วน บางกลุ่มที่นิยมของฟรี เสพติดโครงการประชานิยม ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาก็เน้นโครงการประชานิยมให้กับประชาชน ประเภทลดแลกแจกแถม ซึ่งประชาชนเคยตัวกับการเสพติด เมื่อมีโครงการไทยช่วยไทยพลัสขึ้นมาให้ประชาชนลงทะเบียน ใช้สิทธิ์กันคนละ 4000บาท ในห้วงเวลา4เดือน จึงเกิดบรรยากาศแห่กันลงทะเบียน จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมโครงการไทยช่วยไทยพลัส จึงมีคนใช้กันมากถึงขนาดนี้

3.ปรากฏที่ประชาชนแห่กันลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ์ของคนไทยทุกคนที่จะใช้สิทธิ์ แต่สิ่งที่บ่งบอกให้เห็นว่า ทำไมประชาชนต้องการใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส ก็น่ามาจากภาวะที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารหรือควบคุมราคาสินค้าให้ถูกลงได้ ประชาชนส่วนหนึ่งมีความรู้สึกว่า ถ้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ก็เสมือนกับการซื้อของลดราคา 60% เมื่อราคาสินค้าในท้องตลาดแพงเช่นนี้ การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ก็น่าจะช่วยทุเลาหรือแบ่งเบาค่าครองชีพ หรือลดค่าใช้จ่ายสินค้าราคาแพงลงได้บ้าง จึงทำให้เห็นบรรยากาศของการที่คนส่วนใหญ่แย่งกันลงทะเบียนใช้สิทธิ์ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส

4.เมื่อการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส เมื่อการใช้สิทธิ์ 30ล้านสิทธิ์หมดโดยเร็ว ก็ต้องถามไปยังรัฐบาลว่า มีประชาชนส่วนหนึ่ง ที่ไม่สามารถลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ รัฐบาลจะรับผิดชอบต่อคนเหล่านี้อย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิ์ของประชาชนคนไทยทุกคน เพราะรัฐบาลกู้เงินมาแจกนั้น คนไทยทุกคนเป็นลูกหนี้ร่วมกัน เมื่อรัฐบาลแจกเงินให้กับคนไทยแต่จำกัดสิทธิ์แค่ 30ล้านสิทธิ์ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับคนที่เสียโอกาส ซึ่งอยากให้รัฐบาลทบทวน ควรเปิดแบบ open ไม่จำกัดสิทธิ์ คนไทยคนไหนก็ได้ ถ้าอยากใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส ก็ต้องได้รับสิทธิ์ เพราะเขาคือคนไทย เขาคือเจ้าของหนี้ 4แสนล้านบาท ที่รัฐบาลกู้มาแจก ไม่ใช่เงินของรัฐบาล ไม่ใช่เงินของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เงินของพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นเงินที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศร่วมกันรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคนไทยทุกคน ควรมีสิทธิ์อย่างเท่าเทียมกัน

ผมจึงขออนุญาตวิเคราะห์ ปรากฏการณ์ของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ของรัฐบาลชุดนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะหน้าบาน ภูมิใจในความสำเร็จ แต่ในเบื้องลึกได้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จึงทำให้ประชาชนต้องแย่งกันมาใช้บริการโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องนำไปขบคิด แก้ปัญหาในโอกาสต่อไปด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img