“เทพไท”ชี้โกงสอบท้องถิ่นมีเหยื่อ3กลุ่ม หวั่นสุดท้ายรัฐบาลซิวไม่ถึง“ตัวการใหญ่”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท เสนพงศ์” วิเคราะห์มหากาพย์ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ระบุมีผู้ตกเป็นเหยื่อ 3 กลุ่ม ตั้งแต่เครือข่ายผู้มีอำนาจ ผู้สมัครที่ยอมจ่ายเงินซื้อเก้าอี้ราชการ ไปจนถึงคนสอบได้ด้วยความสามารถแต่ถูกหลอกให้จ่ายเงิน พร้อมตั้งข้อสังเกตรัฐบาลยังส่งสัญญาณสับสนในการจัดการคดี หวั่นสุดท้ายเอาผิดได้เพียง “ปลาซิวปลาสร้อย” ไม่ถึงผู้บงการตัวจริง

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความถึงกรณีการโกงข้อสอบว่า

มีเหยื่อ3กลุ่ม โกงสอบบรรจุท้องถิ่น

ถ้าพูดถึงข่าวการทุจริตโครงการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นที่สนใจของสังคม และมีการตรวจสอบจากทุกฝ่ายอย่างเข้มข้น ดูเหมือนการตรวจตรวจสอบหรือการขุดคุ้ยเรื่องนี้ เป็นไปในลักษณะยิ่งคุ้ยยิ่งลึก ยิ่งสืบหาความจริงก็ยิ่งพบความจริงมากขึ้น จะพบว่ากลุ่มบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อของการทุจริต วงเงินสูงถึง4-5พันล้านบาท จากการเรียกค่าสอบเข้าหรือสอบบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ตั้งแต่คนละ 350,000 บาท จนถึงคนละ 800,000 บาท สามารถแยกแยะกลุ่มคนที่เป็นเหยื่อของโครงการนี้ หรือมีส่วนร่วมกับโครงการทุจริตในครั้งนี้ น่าจะเป็น 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทางการเมือง ซึ่งจะเห็นว่าผู้สอบได้มีรายชื่อ หรือนามสกุลกับข้าราชการระดับสูง เกี่ยวข้องกับนักการเมือง และเกี่ยวข้องกับอำนาจเครือข่ายสีน้ำเงินอย่างแท้จริง สามารถพูดได้ว่า กลุ่มคนกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายการเมือง หรือจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวง ซึ่งกลุ่มนี้อาจจะไม่ได้ใช้เงินในการสอบ ซึ่งเรียกว่า “ตีตั๋วฟรี” หรือถ้าจะใช้เงินก็อาจจะใช้น้อย หรือที่เรียกกันว่า “ตีตั๋วเด็ก” ซึ่งจะเห็นได้ว่า การประกาศรายชื่อผู้ที่สอบได้ และการบรรจุ จะเห็นนัยยะที่สำคัญ คือเป็นเครือข่ายของผู้หลักผู้ใหญ่ และเป็นเครือข่ายของฝ่ายการเมือง จะได้รับการบรรจุในที่สามารถเลือกได้ หรือแม้แต่เลือกแล้ว แต่ถ้ายังไม่ลงตัวหรือไม่ได้ดั่งใจ ก็สามารถโยกย้ายในภายหลังได้

2.กลุ่มชาวบ้านที่อยากจะรับราชการ หรือเป็นพนักงานของท้องถิ่น ที่มีฐานะพอจะหาเงินมาใช้ในการติดสินบน หรือให้ค่าทุจริต ที่กำหนดไว้ราคาคนละ 3.5 แสนบาทถึง 8 แสนบาท ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ไม่มีเส้นสาย เป็นเหยื่อของเครือข่ายการทุจริตในครั้งนี้ อาจจะเป็นการติดต่อจากเครือข่ายของนายหน้าในการหาเหยื่อ หรือเครือข่ายหัวคะแนนของนักการเมืองที่รับโควตาจากหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเห็นได้จากกรณีคลิปเสียงการหาเครือข่าย และการได้รับโควตาจากศูนย์กลางของการทุจริตเข้ามา

3กลุ่มคนประเภทที่เรียนเก่ง แต่ไม่มีความมั่นใจว่า สามารถสอบได้ชัวร์หรือไม่ กลุ่มนี้จะตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายการทุจริต จะมีนายหน้าหรือหน้าม้าเข้ามาติดต่อ และรับเงินเพื่อไปวิ่งเต้นให้ แต่ในที่สุดคนกลุ่มนี้อาจจะสอบได้เอง แต่เมื่อสอบเข้าได้และได้จ่ายเงินไปแล้ว นายหน้าก็ไม่คืนเงิน ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ดักไซแห้ง” หรือตีกิน หรือตกเบ็ด ประเภทสวมรอยฉวยโอกาสที่ผู้ทำข้อสอบได้ด้วยตัวเอง แต่จ่ายเงินมาแล้ว ก็แสดงว่าได้เงินฟรี ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะเป็นปัญหาในการตรวจสอบ เพราะการตัดสิทธิ์คนที่ทุจริต จะต้องวินิจฉัยว่า คนกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มที่ทุจริต หรืออยู่ในกลุ่มที่สอบเข้าด้วยตัวเองได้ คณะกรรมการสอบเรื่องนี้จะต้องวินิจฉัยว่า จะจัดการกับคนกลุ่มนี้อย่างไร เจ้าตัวสอบได้เอง แต่ถูกหลอกให้จ่ายเงิน

เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะเอาจริงเอาจังมากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นในลักษณะลูบหน้าปะจมูก เพราะเห็นวิธีการจัดการในลักษณะชักออก หรือไม่เอาจริงเอาจัง นับตั้งแต่การย้ายอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นไปประจำที่สำนักงานปลัดกระทรวง ซึ่งไม่ได้ย้ายขาด การยกเลิกโครงการการสอบทั้งหมด หรือที่เรียกว่าล้มกระดาน ในที่สุดนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ก็ออกมาปฏิเสธว่า จะไม่มีการล้มกระดาน หรือจะไม่มีการยกเลิก จะพิจารณาตรวจสอบยกเลิกเฉพาะคนที่ทุจริตเท่านั้น คนที่บริสุทธิ์ก็จะได้รับการคุ้มครองจากกระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่การมีประกาศให้งดรายงานตัวสำหรับข้าราชการที่สอบได้ใหม่ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 แต่ล่าสุดก็ยกเลิกคำสั่งเดิมให้มีการรายงานตัวตามเดิม

ทั้งหมดนี้ เป็นความลักลั่นและเป็นความที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาล ว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร และเกรงว่าเรื่องนี้จะเป็นเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง เมื่อมีประเด็นเรื่องใหม่เข้ามากลบกระแสเรื่องนี้ เรื่องนี้ก็หายไป หรือถ้าหากจะจับผู้กระทำผิด หรือนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ คงได้แต่พวกปลาซิวปลาสร้อย ส่วนผู้บงการตัวการใหญ่ คงจะสาวไปไม่ถึง ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img