ป.ป.ช.เร่งคลี่คดีทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น ยึด‘ต้นฉบับคำตอบ’สอบเทียบหลักฐาน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เผยความคืบหน้าคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังยึดกระดาษคำตอบฉบับจริงจากโรงพิมพ์ จ.สมุทรปราการไว้ตรวจสอบ พร้อมเตรียมตั้งคณะทำงานร่วม ปปง. ติดตามเส้นทางการเงิน ย้ำทุกพยานหลักฐาน รวมถึงคลิปเสียงที่ปรากฏในโซเชียล จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์อย่างรอบคอบ

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้เข้าตรวจยึดกระดาษคำตอบฉบับจริงจากโรงพิมพ์จังหวัดสมุทรปราการมาเก็บรักษาไว้แล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งเอกสารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า กรณีที่ มศว.ชี้แจงว่าได้ส่งไฟล์ผลสอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) แล้วนั้น ป.ป.ช.ได้รับทราบข้อมูลจากการนำเสนอของสื่อมวลชนเช่นกัน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสงค์แสดงความบริสุทธิ์ใจและส่งข้อมูลหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาให้ตรวจสอบ ก็พร้อมรับไว้พิจารณา โดยทุกข้อมูลจะถูกนำมาประมวลร่วมกันอย่างรอบด้าน

ส่วนประเด็นที่ต้องนำไฟล์ผลสอบของ มศว. มาเปรียบเทียบกับกระดาษคำตอบต้นฉบับหรือไม่นั้น ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า พนักงานไต่สวนจะเป็นผู้กำหนดแนวทางการตรวจสอบ ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธี รวมถึงการตรวจสอบเปรียบเทียบข้อมูล ทั้งนี้ ปัจจุบัน ป.ป.ช.ได้รับข้อมูลจากการตรวจค้นและจาก มศว.แล้ว ส่วนข้อมูลจาก สถ. ยังไม่แน่ชัดว่าได้ส่งเข้าสำนวนคดีครบถ้วนหรือไม่

เมื่อถามถึงความเชื่อมโยงของโรงพิมพ์จังหวัดสมุทรปราการกับขบวนการทุจริต นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป เนื่องจากต้องตรวจสอบพยานบุคคล เอกสาร และพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงอย่างรอบคอบ

สำหรับประเด็นทีโออาร์ที่กำหนดให้ไฟล์ผลสอบต้องจัดเก็บไว้ที่ มศว. และ สถ. นั้น นายพัฒนพงศ์ ระบุว่า การตรวจสอบต้นทางของไฟล์ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการสืบสวน โดยยืนยันว่าจากการเข้าตรวจค้นที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเป็นอย่างดี และขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดวิธีการตรวจสอบที่เหมาะสม

นอกจากนี้ เบื้องต้นได้รายงานความคืบหน้าต่อเลขาธิการ ป.ป.ช.แล้ว ซึ่งมีแนวคิดจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจาก ป.ป.ช. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงประสานผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานบุคคลและการตรวจข้อสอบ เพื่อร่วมวิเคราะห์พยานหลักฐานในคดี

ส่วนการเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมนั้น นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ต้องรอผลการตรวจสอบวัตถุพยานและการรวบรวมข้อมูลของพนักงานไต่สวนก่อน ขณะที่พยานบุคคลในที่เกิดเหตุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยบางส่วน ได้เข้าให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่แล้ว

สำหรับกรณีคลิปเสียงที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์และมีการพาดพิงถึงนักการเมืองนั้น นายพัฒนพงศ์ ระบุว่า สามารถนำเข้าสู่สำนวนคดีได้ แต่จะต้องผ่านการตรวจพิสูจน์ความถูกต้องอย่างละเอียด โดยถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นหนึ่งที่เจ้าหน้าที่จะนำมาประกอบการพิจารณา

เมื่อถามถึงระยะเวลาการไต่สวนและความซ้ำซ้อนกับการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย นายพัฒนพงศ์ ย้ำว่า ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการภายใต้กฎหมายคนละฉบับ โดย ป.ป.ช.ทำหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระตรวจสอบการทุจริต ส่วนความรวดเร็วของคดีจะขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของพยานหลักฐาน หากข้อมูลสมบูรณ์ก็สามารถเร่งรัดการดำเนินการได้ ขณะที่หน่วยงานต้นสังกัดก็มีอำนาจดำเนินการตามหน้าที่ของตนเองต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img