ชี้‘รมต.ลูกเทพ’ทำงานไม่เป็นจน‘โลกลืม’ เตือนอาการสาหัสระวังถูก‘อนุทิน’ปรับออก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


เทพไท”วิเคราะห์ปมวิวาทะ “รัฐมนตรีลูกเทพ” ชี้พรรคการเมืองดันคนรุ่นใหม่สายบ้านใหญ่ไร้ประสบการณ์หวังสู้กระแสพรรคประชาชน จนกลายเป็น “รัฐมนตรีลูกเจี๊ยบ” เดินตามนายกฯ ไม่มีผลงาน จับตา “อนุทิน” ส่งสัญญาณเขย่าโควตาขัดวัฒนธรรมพรรค ขู่ตั้ง KPI ประเมินใครโลกลืมเตรียมโดนลืมขยับพ้นเก้าอี้

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองและอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความกรณี


รมต.ลูกเทพ : รมต.ลูกเจี๊ยบ? โดยมีเนื้อหาว่า
ถ้าจะพูดถึงการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของรัฐมนตรีลูกเทพ ก็ต้องยอมรับว่า ผมเป็นคนหนึ่ง ที่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของรัฐมนตรีลูกเทพหลายครั้ง จนบางคนเรียกกระแสตามที่ผมตั้งว่า เป็นรัฐมนตรีลูกเจี๊ยบ เพราะมีพฤติกรรมเดินตามหลังนายกรัฐมนตรีเป็นส่วนใหญ่ เหมือนกับลูกเจี๊ยบคอยตามหลังแม่ไก่ จนเป็นที่มาของฉายา “รัฐมนตรีลูกเจี๊ยบ”


แต่ตอนนี้เกิดมีวิวาทะกันระหว่างส.ส.พรรคภูมิใจไทย กับส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้กันไปมาในประเด็นคำว่า “รัฐมนตรีลูกเทพ” ทำงานไม่เป็น จึงมีการตอบโต้ว่า “พรรคประชาธิปัตย์ดีแต่พูด” “30 ปีไม่มีผลงานอะไร” ซึ่งวิวาทะครั้งนี้ เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน กับอดีตคนประชาธิปัตย์ รวมถึงบุคคลภายนอกบางคนด้วย


สำหรับผมเคยเป็นอดีตคนพรรคประชาธิปัตย์ แต่ปัจจุบันมาเป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใด สามารถวิจารณ์หรือแสดงความเห็นทางการเมืองแบบตรงไปตรงมาได้ โดยไม่ได้โน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายใด หรือพรรคการเมืองใดอย่างเด็ดขาด สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน


เริ่มต้นของการมีรัฐมนตรีลูกเทพ เกิดขึ้นจากแกนนำของพรรคภูมิใจไทย หรือครูใหญ่ต้องการให้มีรัฐมนตรีจากคนรุ่นใหม่ และเป็นคนรุ่นใหม่ที่มาจากบ้านใหญ่ โดยไม่ได้คำนึงถึงประสบการณ์ทางการเมือง หรือความรู้ความสามารถแต่อย่างใด ขอให้เป็นคนรุ่นใหม่ก็พอ เพื่อต้องการจะสู้กับกระแสคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาชนให้ได้ และเพื่อให้เป็นไปตามยุคสมัยที่สังคมกำลังเห่อคนรุ่นใหม่ จนทำให้พรรคภูมิใจไทยต้องสนองตอบกระแสสังคม โดยนำคนรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทของนักการเมืองเก่า ลูกหลานคนบ้านใหญ่ มาเป็นรัฐมนตรีกันหลายคน


ซึ่งแตกต่างกับในสมัยอดีต คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมือง ต้องเป็นส.ส.มาแล้วหลายสมัย หรือเรียกกันว่า มีพรรษาทางการเมืองสูง เรียนรู้ประสบการณ์ จากตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือประธานกรรมาธิการ จนไต่เต้ามาเป็นรัฐมนตรีในที่สุด
แต่ยุคสมัยนี้ไม่มีลำดับอาวุโส ใครก็ได้ถ้าแกนนำพรรคสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี ก็สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้เลย ทั้งที่ความรู้ความสามารถแค่ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ก็ยังเป็นไม่ได้ จึงทำเห็นบทบาทของรัฐมนตรีลูกเทพจางหายไป ไม่มีผลงานปรากฏ กลายเป็นรัฐมนตรีโลกลืม จนเป็นกระแสรัฐมนตรีลูกเทพทำงานไม่เป็น กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ และขยายผลจากสื่อสังคมโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง จนทำให้รัฐมนตรีลูกเทพหลายคน ต้องร้อนตัวออกมาตอบโต้กันเป็นพัลวัน


ซึ่งในข้อเท็จจริงเป็นที่รับรู้กันว่า รัฐมนตรีลูกเทพโดยส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ไม่ได้มีความรู้ความสามารถ บารมีทางการเมืองเพียงพอที่จะเป็นรัฐมนตรีได้ จึงทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออกมาเปรยถึงเรื่องนี้2ครั้งว่า จะประเมินการทำงานของรัฐมนตรี ถ้าหากมีผลงานไม่ผ่าน ก็จะปรับออก ถ้าทำตัวเป็นรัฐมนตรีโลกลืม นายกฯก็จะลืมบ้าง


ซึ่งขัดต่อวัฒนธรรมของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่เคยปรับคณะรัฐมนตรีกลางคัน เมื่อใครได้เป็นแล้ว ก็เท่ากับได้รับสัมปทานความเป็นรัฐมนตรีอยู่จนครบวาระ แต่ครั้งนี้เมื่อนายอนุทิน ออกมาปรารภว่า จะมีตัวชี้วัดKPI หรือ API(ANUTIN) วัดความสามารถของรัฐมนตรีลูกเทพ แสดงว่ารัฐมนตรีลูกเทพเหล่านี้ ตกอยู่ในภาวะอาการสาหัสสากรรจ์อย่างเต็มที่แล้วถ้าถามว่า รัฐมนตรีลูกเทพ มีผลงานบ้างหรือไม่ เจ้าตัวไม่ต้องดิ้นรนสร้างภาพตอบคำถามใดๆ เพราะสังคมย่อมรับรู้เองได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img