“หมอวรงค์”สวน “อนุทิน” เลิกเสียเวลาสร้างวาทกรรม “กำแพง” ชี้ ฝ่ายค้านหลักมีหน้าที่แซะรัฐบาลอยู่แล้ว แต่นายกฯต้องเป็นผู้ใหญ่ ประชาชนต้องการจัดการปากท้อง ไม่ใช่รัฐบาลที่เอาแต่นั่งทะเลาะ หัวเราะปัญหาเพียบ เลือกไม่ถูก เรียกร้องคืนสิทธิ์บัตรคนจนให้ทุกคน ลั่น ชาวบ้านฝากบอก “คนจนไทย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขี้รำคาญ” ให้อุทธรณ์ไม่ทำหรอก
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.69 ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสิทธิ์บัตรคนจนให้กับประชาชนที่ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ ว่า ที่โฆษกรัฐบาลออกมาเชิญชวนให้ประชาชนที่ไม่ไดัอุทธรณ์สิทธิ์ประมาณ 5 ล้านคน ตนอยากให้มีการทบทวนให้กับทุกคน
“ถ้าท่านลงพื้นที่จริงๆ ชีวิตประชาชนมันไม่ได้สะดวกสบายเหมือนที่พวกท่านอยู่ในทำเนียบ หรืออยู่ในสภา ท่านบอกว่าประชาชนสามารถใช้แอปได้ ประชาชนใช้แอปไม่เป็น ท่านบอกว่าสามารถไปร้องเรียนในจุดที่รัฐบาลกำหนดโดยเฉพาะธนาคาร 5 สาขา มันสร้างความยุ่งยากกับเขามาก บางคนเดินทางทีครึ่งวันเพื่อไปร้องเรียน บางคนเป็นลม เสียชีวิต” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ประชาชน 5 ล้านคนที่เขาไม่มาอุทธรณ์สิทธิ์ เขาไม่ได้จะมีฐานะดีขึ้นทันทีทันใดภายใต้กฎเกณฑ์ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา ตนอยากจะย้ำกับทางรัฐบาล เขายังเป็นคนจนเหมือนเดิม ดังนั้น ควรคืนสิทธิ์ให้กับคนจนเก่า
“ผมได้ไปลงพื้นที่ พูดคุยกับประชาชนจำนวนไม่น้อย สาเหตุที่เขาไม่ได้ไปอุทธรณ์ เพราะเขาเบื่อ เขารำคาญ 300 บาทไม่เอาแล้ว เขาสู้เพื่อเงิน 300 บาทต่อเดือน” นพ. วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ตนเห็นรัฐบาลเอาเงินไปทำโครงการหลายๆ โครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่จะทำเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวพลัส อะไรต่อมิอะไร แล้วแต่ท่านจะเรียก หรือแม้แต่เอาเงินกู้มาเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่อยากให้ท่านเห็นหัวกับคนจนเหล่านี้
“คนยากคนจนฝากผมบอกมานะ ให้มาบอกกับรัฐบาลเลยว่าคนจนไทย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขี้รำคาญ ท่านสร้างกฎเกณฑ์ทำให้เขาต้องเสียเวลาเยอะ เขาไม่เอา เขาบอกว่าถ้ารัฐบาลยังสร้างกฎเกณฑ์มาก ๆ เขาไม่เอาก็ได้ แต่เขาบอกจำไว้นะ วันหนึ่งคนจนจะลงโทษรัฐบาลชุดนี้ครับ” นพ.วรงค์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากเปิดสมัยประชุมสภา แล้วฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะอภิปรายเรื่องนี้หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ยังมีเวลาเยอะ ตนนั่งไล่ดูรัฐบาลชุดนี้มีเรื่องเยอะมากที่น่าสนใจ ต้องดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ตนเชื่อว่าพรรคหลักของฝ่ายค้านคงยังไม่อภิปรายทันที เรามีเวลา 4 เดือน และแต่ละวัน ๆ มีเรื่องที่น่าและหดหู่ใจเรื่อย ๆ
เมื่อถามว่าถ้าให้ประเมินผลงานของรัฐบาลชุดนี้ ประเมินผ่านหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวทันทีว่า ไม่ผ่าน เอาแค่เรื่อง TH-AI Passport ก็ตกแล้ว ตนต้องย้ำ เพิ่งเห็นข่าวนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาบอกว่าวันที่ 1 กันยายนจะเริ่มโครงการ โดยเปลี่ยนเงื่อนไขจากเหมา แบ่งเป็น 5 งวด มาให้จ่ายเป็นรายเดือน
“ตามหลักแล้ว คุณต้องเปิดประมูลใหม่ เพราะกระบวนการที่ได้มา คุณล็อกสเปกมา ถ้าคุณเปิดประมูลใหม่ ราคารายเดือนต่อหัว ที่ประชาชนใช้จริงตามอาจจะถูกกว่านี้ก็ได้” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลพยายามบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตนคิดว่าโอเค ประชาชนจะให้อภัย แต่ถ้าทำฮึกเหิม ไม่สนใจ คิดว่าตัวเองมีอำนาจ แล้วสร้างภาพเยอะเกิน ประชาชนจะไม่ให้อภัย
“ยังมีที่ท่านผู้ว่าแบงก์ชาติแถลงเรื่องเงินแบงก์พัน หายไปจากระบบ 140,000 ล้านบาท ฝ่ายรัฐบาลต้องกระตือรือร้นที่จะต้องแก้ปัญหาแล้ว ผมไม่เห็นคนของฝ่ายรัฐบาลคนไหนออกมาพูดเรื่องนี้เลย กลับกลายเป็นต้องปล่อยให้ฝ่ายค้านตัวเล็กๆ อย่างผม ต้องมาดิ้นรน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่เงินเทา เงินทุจริตคอร์รัปชัน ที่ไปซุกอยู่ที่บ้านใครบ้างเราก็ไม่รู้” นพ.วรงค์ กล่าว
เมื่อถามว่ามีเรื่องให้อภิปรายจนกำแพงรัฐบาลถูกทำลายได้หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า “โอ้ มันเยอะจริงๆ นะ” ก่อนจะหัวเราะ พร้อมกล่าวต่อว่า คงยังไม่สรุปเป็นอันใดอันหนึ่ง แต่มีหลายเรื่องเต็มไปหมดเลย ทั้งเรื่องฮั้ว ส.ว. ที่ดินเขากระโดง แม้แต่เรื่องใหม่ๆ ก็ยังเป็นปัญหาอยู่
“ผมเห็นข่าวช่วงนี้ มีข่าววาทกรรม ฝ่ายค้านหลักเขาก็มีหน้าที่ในการแซะรัฐบาลตามหน้าที่ของเขา แต่รัฐบาลท่านควรจะต้องวางตัวเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ ไม่ควรมาสร้างวาทกรรมทะเลาะกันไปมา เพราะประชาชนไม่ได้อะไร ประชาชนต้องการให้ท่านมาแก้ปัญหาปากท้อง ประชาชนไม่ได้ต้องการรัฐบาลที่มาสร้างวาทกรรมผ่านไปวันๆ” นพ.วรงค์ กล่าว
เมื่อถามว่าหมายรวมถึงโพสต์ที่นายกรัฐมนตรีโพสต์เมื่อวาน เรื่องกำแพงหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนเรียนตรงๆ คนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ควรมีเวลามานั่งทะเลาะกับใคร ไม่ต้องไปสร้างวาทกรรม
“ถ้าท่านนายกฯ ลงไปแก้ปัญหา จัดการให้เกิดความชัดเจน โช๊ะๆๆ แต่ละเรื่อง ไปข้างหน้าต่อ แต่วันนี้ท่านมานั่งหยุด มัวมานั่งทะเลาะ เขียนวาทกรรม เสียเวลาประเทศ” นพ.วรงค์ กล่าว



















