spot_img

ครม.ยกระดับ‘ความปลอดภัยสถานศึกษา’ เป็น‘วาระแห่งชาติ’หลังเหตุรุนแรงนนทบุรี

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ หลังเกิดเหตุรุนแรงในโรงเรียน จ.นนทบุรี เดินหน้ากำหนดทุกสถานศึกษาเป็น “เขตพื้นที่ปลอดภัย” พร้อมเข้มคัดกรองอาวุธ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ดูแลสุขภาพจิต และเร่งจัดทำกฎหมายแม่บทเพื่อสร้างระบบความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็น “วาระแห่งชาติ” และ ครม.มีมติเห็นชอบตามที่เสนอ ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงในโรงเรียนพื้นที่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

รัฐบาลมุ่งยกระดับมาตรการป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉินในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ โดยมาตรการเร่งด่วนที่มีผลทันที ศธ.ได้ออกประกาศมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ 10 ส.ค. กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งเป็น “เขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone)”

พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยประจำสถานศึกษา จัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน รวมถึงบูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หัวใจสำคัญคือการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยกำชับให้สถานศึกษาตรวจค้นและคัดกรองอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย และสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการจัดระบบดูแลสุขภาพจิต เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยครอบคลุมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ขณะเดียวกัน ศธ.เร่งดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยประสานนักจิตวิทยา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีม MCATT ของกรมสุขภาพจิต เข้าดูแลอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมจัด “ห้องพักใจ (Safe Room)” เป็นพื้นที่สำหรับฟื้นฟูสภาพจิตใจ และเตรียมความพร้อมครูและผู้ปกครองก่อนนักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการเรียนตามปกติ

ส่วนมาตรการระยะยาว ศธ.อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อวางระบบดูแลนักเรียนและนักศึกษาอย่างยั่งยืน พร้อมติดตามและประเมินสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบเป็นระยะ

นอกจากนี้ ศธ.เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่างวันที่ 10 ส.ค.-9 ก.ย. 2569 เพื่อวางกรอบกฎหมายและระบบรองรับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img