‘ปกรณ์’ไม่กังวลติดโผ18รมต.ถูกซักฟอก ซัดกลับ‘ฝ่ายค้าน’กล่าวหาผู้อื่นแบบลอยๆ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ปกรณ์” ไม่กังวลติดโผ 1 ใน 18 รัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จี้ฝ่ายค้านระบุให้ชัดกล่าวหาเรื่องใด หลังถูกพาดพิงปมผลประโยชน์ทับซ้อนและเอื้อพวกพ้อง ย้ำทำหน้าที่ป้องกันรัฐบาลทำผิดกฎหมาย ลั่นหากเป็นนั่งร้านก็เป็นให้ประเทศ ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 9 ต.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยมีชื่อตนเป็นหนึ่งในรัฐมนตรี 18 คนที่ถูกอภิปรายว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจและการกล่าวหาถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ข้อกล่าวหาควรมีรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นเรื่องใดและประเด็นใด เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถชี้แจงได้ หากเป็นเพียงข้อกล่าวหาลอย ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร โดยตนเองเมื่ออ่านข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับตนแล้ว ยังคิดไม่ออกว่าจะนำอะไรไปชี้แจง

นายปกรณ์ กล่าวว่า การอภิปรายในระบอบประชาธิปไตยควรอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลที่ชัดเจน ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ เพราะท้ายที่สุดประชาชนอาจไม่ได้รับประโยชน์จากการอภิปราย สิ่งที่ต้องการคือการนำเสนอเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือการกล่าวหา โดยเมื่อดูการประชุมสภาของสิงคโปร์และออสเตรเลีย ก็ไม่เห็นว่ามีการอภิปรายที่เลื่อนลอยเช่นนี้

เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านที่ระบุว่ามีพฤติกรรมรับผลประโยชน์ทับซ้อนและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง นายปกรณ์ กล่าวว่า ผู้กล่าวหาต้องอธิบายให้ชัดเจนว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร และเอื้อประโยชน์ให้ใครอย่างไร หากกล่าวหาโดยไม่มีรายละเอียดก็ไม่สามารถตอบได้ พร้อมตั้งคำถามว่า หากใครกล่าวหาผู้อื่นลอย ๆ เช่นเดียวกัน จะถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ โดยย้ำว่าการกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวไม่เหมาะสม

ส่วนข้อกล่าวหาว่าการเข้ามาดูแลงานด้านกฎหมายอาจเป็นการเปิดช่องทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคภูมิใจไทย นายปกรณ์ กล่าวว่า หน้าที่ของตนคือป้องกันไม่ให้รัฐบาลดำเนินการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำกับตนในเรื่องนี้มาโดยตลอด หากเรื่องใดผิดกฎหมายก็จะต้องแจ้งว่าไม่ควรทำหรือไม่สามารถทำได้ พร้อมตั้งคำถามว่า การทำหน้าที่เช่นนี้จะถือเป็นการเป็นนั่งร้านให้รัฐบาล หรือเป็นนั่งร้านให้ประเทศ

เมื่อถามย้ำว่า ตกลงแล้วเป็นนั่งร้านให้ใคร นายปกรณ์ กล่าวว่า หากจะเรียกว่าเป็นนั่งร้าน ก็เป็นนั่งร้านให้ประเทศ โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีพบว่ามีประเด็นใดที่อาจเข้าข่ายการกระทำผิด ก็จะมอบหมายให้ตนเข้าไปตรวจสอบ ทั้งนี้ การกล่าวหาบุคคลในทางแพ่ง อาญา วินัย หรือปกครอง ควรมีพยานหลักฐานรองรับ หากมีหลักฐานก็ต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน

นายปกรณ์ยกตัวอย่างกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า รัฐบาลได้ส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ โดยมีการติดตามความคืบหน้าทุกเดือน

นายปกรณ์ ยืนยันด้วยว่า ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่เข้ามาทำงานเพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้เชิญให้มาร่วมทำงาน ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเชิญไปให้ความรู้หรือสอบถามประเด็นปัญหาทางกฎหมาย ก็สามารถอธิบายให้ได้ แต่ไม่ได้ไปบ่อยครั้ง

นายปกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ได้กังวลที่มีชื่อเป็นหนึ่งใน 18 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังคงกินอิ่มนอนหลับสบาย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมย้ำว่าเคยกล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เมื่อภารกิจสิ้นสุดลงก็พร้อมจะไปเอง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img