“อนุทิน” เผยเตรียมรับรายงานคดีแอดมินเพจ Godd Dam โพสต์กล่าวหาปมค่าน้ำชา 7 ล้านบาท ชี้มีทั้งโพสต์และข้อความข่มขู่ “อนุทินมึงตายแน่” ย้ำใครทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมโต้ “ไอซ์ รักชนก” อ้างแชร์เพื่อการตรวจสอบ แนะใช้ช่องทางสภาฯ ตั้งคำถามแทน ชี้การแชร์อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเรียกรับเงินจริง
เมื่อเวลา 13.12 น. วันที่ 28 ต.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีแอดมินเพจ Godd Dam พร้อมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) จากกรณีโพสต์ข้อความเกี่ยวกับค่าน้ำชา 7 ล้านบาท ว่า มีผู้ส่งข้อความผ่านไลน์มาแจ้งแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด โดยเตรียมพบ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 4/2569 และการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีรายงานความคืบหน้าเข้ามา
นายอนุทิน กล่าวว่า หากใครกระทำผิดกฎหมายก็ต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ โดยกรณีนี้มีข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้ตรวจสอบ ทั้งการโพสต์ข้อความกล่าวหา การลบโพสต์ภายหลัง และข้อความข่มขู่ที่ระบุว่า “อนุทินมึงตายแน่” ซึ่งเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องได้
“ตรงนี้ผิดโดยประจักษ์” นายอนุทิน กล่าว พร้อมระบุว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน หากมีหลักฐานชัดเจนก็สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว ขณะที่กรณีซึ่งเป็นเพียงการรับฟังข้อมูลต่อมา หรือยังมีข้อสงสัยว่าเป็นจริงหรือไม่ ต้องเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
นายกรัฐมนตรี ยังยกตัวอย่างการดำเนินการเกี่ยวกับเงินของขบวนการสแกมเมอร์เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ขณะนี้มีทั้งการยึด อายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายต้องอาศัยพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้แจงว่าแชร์โพสต์ดังกล่าวเพื่อต้องการตรวจสอบ นายอนุทินหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า หากต้องการตรวจสอบสามารถใช้ช่องทางในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคำถามหรือยื่นเรื่องสอบถามได้ โดยไม่จำเป็นต้องแชร์ข้อความดังกล่าวออกไป
นายอนุทิน กล่าวว่า การแชร์โพสต์จนทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเจ้าตัวรับค่าน้ำชา 7 ล้านบาท เป็นการเผยแพร่ข้อความในวงกว้าง ซึ่งมองว่าไม่ใช่เพียงการตรวจสอบ แต่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายแก่ผู้ถูกกล่าวหา
“การกดแชร์ไป กลายเป็นอนุทินรับค่าน้ำชา 7 ล้านบาท มันทั่วประเทศใช่หรือไม่ อย่างนี้มันไม่ใช่ตรวจสอบ อย่างนี้มันก็เหมือนกับการให้ร้าย ประจาน มาทำให้คนเข้าใจผิดโดยใช้สื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ มันก็มีกฎหมายของมันอยู่” นายอนุทิน กล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยผู้ที่กระทำผิดกฎหมายต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป



















