รัฐคุมเข้มร้านกัญชา 12,279 ร้าน หากฝ่าฝืนพักใช้ใบอนุญาต-เพิกถอน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลเดินหน้าคุมเข้มธุรกิจกัญชา เผยทั่วประเทศมีร้านจำหน่ายสมุนไพรควบคุมที่ได้รับอนุญาต 12,279 ร้าน พบปี 2569 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต 66 คำขอ ขณะที่ผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขมีโทษตั้งแต่พักใช้ใบอนุญาต 30-90 วัน จนถึงเพิกถอน ย้ำไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าควบคุมการใช้กัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำกับติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการได้รับอนุญาตอย่างเคร่งครัด

จากข้อมูลปัจจุบัน พบว่าประเทศไทยมีร้านจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ จำนวน 12,279 ร้าน โดย 5 จังหวัดที่มีร้านกัญชามากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,726 ร้าน ภูเก็ต 1,046 ร้าน ชลบุรี 900 ร้าน สุราษฎร์ธานี 717 ร้าน และเชียงใหม่ 482 ร้าน

ส่วนภาพรวมการยื่นคำขออุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตในปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 66 คำขอ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 31 คำขอ ภูเก็ต 15 คำขอ ศรีสะเกษ 7 คำขอ สุราษฎร์ธานี 6 คำขอ ชลบุรี 2 คำขอ และจังหวัดอื่น ๆ อีก 5 คำขอ

น.ส.พลอยทะเล กล่าวต่อว่า จากการกำกับติดตามและตรวจสอบเชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พบว่ายังมีผู้ประกอบการบางส่วนกระทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาตในหลายลักษณะ อาทิ ไม่จัดทำหรือไม่ส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนด จำหน่ายกัญชาโดยไม่มีใบสั่งจ่าย จัดโปรโมชันส่งเสริมการจำหน่ายหรือโฆษณาเพื่อการค้า จัดให้มีการสูบกัญชาภายในสถานประกอบการ รวมถึงจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์

สำหรับมาตรการลงโทษ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกำหนดบทลงโทษตั้งแต่การพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 30 วัน หรือ 90 วัน ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีที่มีความผิดร้ายแรง นอกจากนี้ หากผู้ประกอบการเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตแล้ว แต่ยังกลับมากระทำผิดซ้ำในข้อหาเดิมเป็นครั้งที่ 2 อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตทันทีตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

น.ส.พลอยทะเล กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้กัญชาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ โดยมุ่งสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเยาวชน พร้อมยืนยันว่าไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ

ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ กลั่นกรองข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป โดยยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img