หน้าแรกHighlightคลังเล็งขึ้น‘ภาษีมูลค่าเพิ่ม’แบบขั้นบันได เป็น 8.5% ในปี 71และเต็ม 10% ในปี 73

คลังเล็งขึ้น‘ภาษีมูลค่าเพิ่ม’แบบขั้นบันได เป็น 8.5% ในปี 71และเต็ม 10% ในปี 73

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

คลังจ่อขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แบบขั้นบันได โดยจะเพิ่มเป็น 8.5% ในปี 2571 และปรับขึ้นเป็น 10% ในปี 2573 พร้อมปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา-ลดหย่อนภาษีบางรายการ

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า แผนระยะปานกลางของกระทรวงการคลังในอนาคตเตรียมจะปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในปี 2571 จาก 7% เป็น 8.5% และปรับเพิ่มอีก 1.5% ในปี 2573 เป็น 10% รวมถึงจะเพิ่มรายได้จากหลายช่องทาง เช่น การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมทบทวนความเหมาะสมของค่าลดหย่อนภาษีบางรายการ

นอกจากนี้ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซลลิตรละ 1 บาทในปี 2570 และการจัดเก็บอากรขาเข้าจากสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท รวมถึงการเพิ่มการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจบางแห่งอีก 5% โดยรัฐบาลยังเน้นการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ขยายฐานภาษี โดยเชื่อมโยงข้อมูลรายได้ระหว่างหน่วยงานผ่านระบบ Data Lake เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ พร้อมเสริมความเข้มงวดในการตรวจสอบรายบุคคลและผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพิ่มรายได้จากทรัพย์สินของรัฐ เช่น ที่ราชพัสดุ และการบริหารทรัพย์สินรูปแบบอื่น ๆ

ทั้งนี้การเดินหน้าปรับโครงสร้างการคลังครั้งใหญ่ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินการคลังในระยะปานกลาง โดยตั้ง เป้าลดระดับการขาดดุลให้ไม่เกิน 3% ของ GDP ภายในปีงบประมาณ 2572 ตามกรอบการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ปี 2570-2573

โดยแผนดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากครม.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.68 โดยมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ร่วมกันกำหนดรายละเอียดเชิงปฏิบัติ เพื่อรองรับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ซึ่งต้องการให้กรอบการคลังมีความเข้มงวดขึ้น ทั้งการตั้งงบกลางไม่เกิน 3% ของรายจ่าย และตั้งงบชำระหนี้ไม่น้อยกว่า 4% พร้อมจำกัดงบผูกพันระหว่างปีไม่เกิน 5%

ส่วนด้านการลงทุน แม้งบประมาณส่วนกลางจะถูกควบคุมเข้มขึ้น รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันการลงทุนผ่านเครื่องมืออื่น ๆ เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตแห่งประเทศไทย (Thailand Future Fund) และโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยย้ำว่าเป็นช่องทางที่ไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงเป้าหมายให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 15.1% ของ GDP จากระดับปัจจุบันที่ 14.8% ขณะเดียวกันจะลดรายจ่ายภาครัฐให้เหลือราว 18% ของ GDP จากประมาณ 19% ในปัจจุบัน เพื่อให้โครงสร้างการคลังมีเสถียรภาพมากขึ้นภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img