หน้าแรกHighlightส.อ.ท.แนะรัฐเดินหน้าเจรจาFTAไทย-อียู ขยายตลาดใหม่ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐ

ส.อ.ท.แนะรัฐเดินหน้าเจรจาFTAไทย-อียู ขยายตลาดใหม่ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เกรียงไกร” แนะรัฐขยายตลาดใหม่ เน้นกลุ่มประเทศ GCC-ทวีปแอฟริกาลดพึ่งพาสหรัฐฯ เดินหน้าเจรจาเอฟทีเอไทย-ยุโรป ให้เสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 69 เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยได้ประโยชน์จากต้นทุนลดลง-แข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยพึ่งพาการส่งออกถึง 60% ของจีดีพีทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูง หลังจาสหรัฐคุมเข้มนำเข้าสินค้าไทย โดยในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา(ม.ค.-ต.ค.) ไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ 1.2 ล้านล้านบาท แต่ขาดดุลจีนถึง 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งหากการเมืองโลกยังตึงเครียด ความเสี่ยงต่อการถูกกดดันก็จะมาก โดยเห็นว่ารัฐต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ทั่วโลก โดยไทยจำเป็นต้องเข้าไปสร้างฐานการค้าในประเทศที่ยังไม่ใช่ตลาดหลัก อาศัยความได้เปรียบด้านคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ความปลอดภัยเพื่อชิงช่องว่างตลาด โดยเฉพาะเมื่อหลายคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนามมีเอฟทีเอ ครอบคลุมกว่าไทย ทำให้กระจายตลาดและลดความเสี่ยงได้ดีกว่า

ขณะเดียวกันต้องลดการพึ่งพาตลาดหลัก เพื่อลดแรงกดดันจากคู่ค้า การกระจายตลาดจะลดโอกาสที่ไทยถูกใช้มาตรการทางการเมืองหรือกฎระเบียบกดดันด้านการค้า ส่วนตลาดใหม่นั้นเห็นว่าที่น่าสนใจเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์คือ กลุ่มประเทศ GCC (ตะวันออกกลาง) เป็นสหภาพที่ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศอาหรับในตะวันออกกลาง ซึ่งได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นตลาดกำลังซื้อสูงและกำลังเติบโต ต้องการสินค้าอาหาร คุณภาพดี และกำลังเปิดรับความร่วมมือจากเอเชียมากขึ้น

รวมถึงทวีปแอฟริกา แม้กำลังซื้อไม่สูงเท่าตลาดอื่น แต่มีประชากรจำนวนมาก และมีช่องว่างการค้าขนาดใหญ่ ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น และไทยได้เปรียบด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือแม้ราคาจะสูงกว่าจี และอเมริกาใต้และกลุ่ม BRICS เป็นกลุ่มประเทศที่มีพัฒนาทางเศรษฐกิจรวดเร็ว ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ถือเป็นตลาดประชากรใหญ่

นอกจากนี้ต้องเร่งรัดการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ยังค้าง โดยเฉพาะเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป หรืออียูที่เพิ่งกลับมาเจรจาใหม่ ควรผลักดันให้เจรจาเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 69 เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยได้ประโยชน์จากต้นทุนลดลงและสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img