หน้าแรกHighlight“ตลาดที่อยู่อาศัย”ไม่เกิน 3 ล้าน!หดตัว “แบงก์”ปัดให้สินเชื่อยอดพุ่งเกือบ 40%

“ตลาดที่อยู่อาศัย”ไม่เกิน 3 ล้าน!หดตัว “แบงก์”ปัดให้สินเชื่อยอดพุ่งเกือบ 40%

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ตลาดที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทหดตัว หลังแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อยอดพุ่งสูงเกือบ 40% ผลพวงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับกลาง-ล่างชะลอตัวจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปี 67 ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มูลค่าลดลงถึง 52% เมื่อเทียบกับปี 66 โดยเหลือมูลค่าเพียง 54,377 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 ของปี 68 มีมูลค่า 33,889 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 67 อยู่ที่ 42,400 ล้านบาท มูลค่าติดลบประมาณ 20%

ทั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดได้ปรับฐานลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าในอดีตมาก จากที่เคยมีสัดส่วนครองตลาดสูงถึง 36% ในปี 57 โดยมีสาเหตุมาจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร หรือยอดปฎิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูง ด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับกลางและล่างชะลอตัวจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำเพียง 1-2% ซึ่งไม่เอื้อต่อการตัดสินใจสร้างหนี้ระยะยาว

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นต่อการให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย จากธนาคารภาครัฐและเอกชนในไตรมาส 3 ปี 68 ซึ่งจัดเก็บข้อมูลจากสมาชิกสมาคม 17 รายทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เพื่อสะท้อนสถานการณ์จริงในตลาดสินเชื่อและใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายสำหรับหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินพบว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูงกว่า 39-40% ต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เนื่องจากรายได้ผู้กู้ไม่ถึงเกณฑ์ และราคาประเมินต่ำกว่าราคาขายจริง

โดยปัญหาหลักในการขอสินเชื่อคือ คะแนนเครดิตและประวัติการเงิน รองลงมาคือเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด ขั้นตอนพิจารณานาน เอกสารซับซ้อน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากเศรษฐกิจชะลอตัวและเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด

นอกจากนี้พฤติกรรมผู้กู้และกลุ่มเสี่ยงคือ ลูกค้ามีภาระหนี้สูง และรายได้ไม่มั่นคง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ ขณะที่กลุ่มอาชีพอิสระและผู้มีรายได้น้อยยังเป็นกลุ่มเปราะบาง แม้มีวินัยทางการเงิน แต่ไม่สามารถแสดงรายได้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารได้ ทำให้กลุ่มลูกค้าที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่งแตะ 40%

ทั้งนี้เห็นว่าธนาคารควรปรับเกณฑ์สินเชื่อให้ยืดหยุ่นมากขึ้น พิจารณาลูกค้าอาชีพอิสระและออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อพิเศษ และเร่งรัดการพิจารณา โดยระยะสั้นเสนอให้ จัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษสำหรับบ้านหลังแรก หรือบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ออกมาตรการลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยและเงินดาวน์บ้าน รวมถึงลดขั้นตอนเอกสารและขยายวงเงินกู้ตามราคาประเมินจริง หรือภาครัฐควรออกมาตรการสินเชื่อบ้านหลังแรก และลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง เพื่อกระตุ้นยอดโอนกรรมสิทธิ์

 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img