ส.อ.ท. เปิดความคาดหวังภาคอุตสาหกรรมหลังเลือกตั้ง เร่งปฏิรูปโครงสร้าง–ปราบคอร์รัปชัน พร้อมให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากประวัติการทุจริตเป็นอันดับแรก
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 ประจำเดือนมกราคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “ความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรมหลังการเลือกตั้ง ปี 2569” ว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 ว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในระดับปานกลาง โดยให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากประวัติการทุจริตเป็นอันดับแรก ขณะที่ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังประเมินว่า ผลการเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มออกมาในรูปแบบรัฐบาลผสม โดยมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

จากการสำรวจพบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่ที่จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศเป็นหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกันเห็นว่า รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เนื่องจากการทุจริตถือเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ โดยจัดให้มีระบบควบคุมและป้องกันการทุจริตเชิงโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกระดับ พร้อมเร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย หรือ Regulatory Guillotine เพื่อทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย ซ้ำซ้อน หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ลดภาระต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 155 ท่าน ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สามารถสรุปผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 จาก 6 คำถาม ได้ดังนี้
1) ภาคอุตสาหกรรมมีความเชื่อมั่นว่านโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมือง สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 : ปานกลาง 48.4%
อันดับ 2 : น้อย 28.4%
อันดับ 3 : มาก 16.8%
อันดับ 4 : น้อยที่สุด 4.5%
อันดับ 5 : มากที่สุด 1.9%
2) ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศ
ในเรื่องใด
อันดับ 1 : ความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการทุจริต 77.4%
อันดับ 2 : ความรู้ ความสามารถ 75.5%
อันดับ 3 : รับฟังความคิดเห็นและสามารถทำงานได้กับทุกภาคส่วน 47.1%
อันดับ 4 : รักษาคำพูดและทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน 36.1%
3) ภาคอุตสาหกรรมคาดหวังผลลัพธ์จากการเลือกตั้งปี 2569 ในเรื่องใด
อันดับ 1 : การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 71.6%
อันดับ 2 : การแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน 67.7%
อันดับ 3 : การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 51.0%
อันดับ 4 : การเมืองที่มีเสถียรภาพและรัฐบาลที่มีเอกภาพในการบริหารประเทศ 49.7%
4) รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในเรื่องใด
อันดับ 1 : ปัญหากำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือน 80.6%
ที่อยู่ในระดับสูง
อันดับ 2 : ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ สภาพคล่องทางการเงิน และข้อจำกัดในการเข้าถึง 71.6%
แหล่งเงินทุน
อันดับ 3 : ปัญหาสินค้าราคาถูกเข้ามาทุ่มตลาดและการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า 62.6%
อันดับ 4 : ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวน 32.3%
5) รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องใด
อันดับ 1 : ปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชัน พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบและ 72.3%
บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
อันดับ 2 : ปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ เช่น วัตถุดิบ 61.3%
พลังงาน แรงงาน และโลจิสติกส์
อันดับ 3 : ปฏิรูปกฎหมายและระบบราชการ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่ม 60.0%
ประสิทธิภาพ
อันดับ 4 : พัฒนาระบบการศึกษา ยกระดับทักษะแรงงาน และส่งเสริมการลงทุน 53.5%
R&D เทคโนโลยี นวัตกรรม
6) ภาคอุตสาหกรรมประเมินผลการเลือกตั้งปี 2569 จะออกมาในรูปแบบใด
อันดับ 1 : รัฐบาลผสมโดยมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เป็นแกนนำ 66.5%
อันดับ 2 : รัฐบาลผสมหลายพรรคโดยไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากอย่างชัดเจน 21.9%
อันดับ 3 : พรรคการเมืองพรรคเดียวได้รับเสียงข้างมากและจัดตั้งรัฐบาล 11.6% ได้ด้วยตนเอง




















