‘ทรัมป์’ เตรียมขึ้นภาษีสินค้านำเข้า 10% ทั่วโลก หลังแพ้คดีศาลสูง โดยได้เปลี่ยนไปใช้อำนาจตามกฎหมายการค้าปี 1974 มาตรา 122 มีผลในวันที่ 24 ก.พ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสผ่านเฟสบุคชื่อ ‘กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij’ ว่า ภาษีทรัมป์ใหม่ 10% ข่าวดีสำหรับการค้าไทย การค้าโลก หลังจากที่ศาลฎีกาของอเมริกาได้วินิจฉัยตีตก ‘ภาษีทรัมป์’ ชุดเดิม เมื่อคืนนี้ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรา 122 กฎหมาย Trade Act 1974 แทนที่ โดยที่มีอัตราเดียวกันทุกประเทศในโลกที่ 10% ในอเมริกาเองก็จะต้องวุ่นวายประเด็นการคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า โดยคาดว่าอาจต้องคืนภาษีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท
ส่วนประเทศอย่างไทยที่ยังเจรจาหาข้อสรุปอัตราเดิมที่ 19% ก็ดูเหมือนจะรอดตัว กลับกลายเป็นเสียเพียง 10% เท่ากับประเทศอื่นๆและมาตรา 122 ตามกฎหมายนี้ ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีได้ชั่วคราวเท่านั้นคือ 150 วัน โดยข้อที่น่าสังเกตเพิ่มเติมคือตามกฎหมายนั้น อัตราสูงสุดที่กำหนดได้คือ 15% แต่ทรัมป์เลือกเก็บเพียง 10% จากทุกประเทศ
ทำให้คิดได้ว่า ที่ทรัมป์ประกาศไปเมื่อคืนนี้เป็นเรื่องการรักษาหน้า มากกว่าเรื่องเจตนาเก็บภาษีจริงจัง และหากจะขยายเวลาจาก 150 วันต้องผ่านสภา Congress ซึ่งไม่ง่าย เพราะการตีความการใช้กฎหมายนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่เช่นกัน
การส่งออกไทยน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะทรัมป์ได้ยกเว้นหลายประเภทสินค้าเช่น อาหารที่เขาผลิตไม่ได้ electronics บางประเภท และแม้แต่รถกระบะบางชนิด ในระยะสั้นหุ้นน่าจะดีขึ้น ทองอ่อนลง แต่ทิศทางเงินดอลล่าร์อ่านยากกว่า
แต่ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่การส่งออกเท่ากับอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนมาก การปล่อยสินเชื่อที่ตํ่ามาก และความเสี่ยงการชำระหนี้ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ส่วนในต่างประเทศวางใจไม่ได้ ทรัมป์อาจจะพยายามกู้หน้าด้วยการตัดสินใจสร้างสถานการณ์และตัดสินใจบางอย่างในกรณีความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งจะดีหากจบด้วยการตกลงเจรจา แต่จะแย่มากหากเป็นการใช้กำลังทหาร
ด้าน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ และ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊ก “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ว่า สงครามการค้าโลก ยกที่ 2 !!! ยังไม่จบ หลังศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสิน ว่าที่ทำมา “เกินอำนาจ” “กฎหมายไม่รองรับ” President Trump ยังคงไม่ยอมแพ้ ประกาศมาตรการภาษีการค้ารอบใหม่ สวนทันที+10% Global Tariffs ภายใต้ Section 122และ Tariffs เพิ่มเป็นรายอุตสาหกรรม ภายใต้ Section 301 ที่จะเริ่มสอบสวนประเทศต่างๆ แล้วทะยอยออกมา ทั้งหมด เพื่อปกป้องสหรัฐจาก Unfair Trading Practicesและทดแทนภาษี Reciprocal Tariffs ที่หายไปจากคำตัดสินมาตามกันครับว่า ยก 2 จะแรงขึ้นแค่ไหนแต่ที่แน่ๆ ท่านประธานาธิบดี ไม่มีทางเลิกเรื่องนี้คำสั่งศาลที่ออกมา แค่ทำให้ท่านลำบากขึ้นอีกเล็กน้อย
นอกจากนี้ ประเทศที่เคยยอมมาแล้วก็อย่าดีใจ ไม่ต้องคิดฝันที่จะยกเลิกข้อตกลงที่ทำไว้กับสหรัฐทั้งหมดก็เพราะว่า
ท่านประธานาธิบดีได้จดไว้หมดแล้วว่าใครยอมอะไรยิ่งไปกว่านั้นอ้อยเข้าปากพญาอินทรีแล้ว คงยากจะไปดึงกลับมา
เป็นกำลังใจให้กับทุกคน ทุกประเทศขอให้โชคดีครับ
รายงานข่าวแจ้งว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาลงนามเตรียมขึ้นภาษีสินค้านำเข้า 10% ทั่วโลก โดยได้เปลี่ยนไปใช้อำนาจตามกฎหมายการค้าปี 1974 มาตรา 122 (Section 122) โดยจะเริ่มมีผลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้
กฎหมายนี้อนุญาตให้ประธานาธิบดีเก็บภาษีได้สูงสุดถึง 15% เป็นเวลา 150 วัน ซึ่งหลังจากครบกำหนด รัฐสภาจะต้องเข้ามาพิจารณาเป็นลำดับต่อไป โดยภาษีใหม่นี้ครอบคลุมสินค้าเป็นวงกว้าง แต่มีการยกเว้นให้สินค้าเกษตรบางชนิด เช่น เนื้อสัตว์ และสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก
การประกาศใช้อำนาจตามเครื่องมือใหม่นี้ มีขึ้นหลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติ 6-3 ตัดสินว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกที่ประกาศไปเมื่อปีที่แล้ว
โดยศาลสูงเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งที่ว่า ทรัมป์ไม่สามารถใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 มาบังคับใช้ได้ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุคำว่า ‘ภาษีศุลกากร’ หรือมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีในการเก็บภาษีไว้อย่างชัดเจนจึงตีตกการใช้อำนาจของทรัมป์ตามกฎหมายนี้ ซึ่งทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินนี้อย่างมาก เขาจึงลงนามในคำสั่งใหม่อย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจของตนไว้




















