โพลชี้“วิกฤติน้ำมัน-ของแพง”ทำคนไทยปรับงานรื่นเริง-“สงกรานต์”เน้นประหยัด

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สวนดุสิตโพล”เผยประชาชน 55.66% ปรับแผนการใช้ชีวิตในช่วงสงกรานต์ด้วยการงดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และอยากให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.69 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สงกรานต์ 2569 กับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,272 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม– 3 เมษายน 2569 

ผลการสำรวจ พบว่า จากสถานการณ์ของแพง กลุ่มตัวอย่างรู้สึกว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่แพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว ร้อยละ 61.32 และวิกฤตราคาน้ำมันในขณะนี้ส่งผลให้เดือดร้อนมาก ร้อยละ 46.70 สำหรับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ คือ ราคาน้ำมัน ร้อยละ 55.66  โดยมีการปรับแผนการใช้ชีวิตในช่วงสงกรานต์ด้วยการงดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ร้อยละ 51.42 ในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้กลุ่มตัวอย่างเตรียมนำเงินออมออกมาใช้มากที่สุด ร้อยละ 47.41 คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 8,935.74 บาท ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างจริงจัง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ ร้อยละ 75.94
 
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลสะท้อนว่า ประชาชนเริ่มแบกรับค่าครองชีพไม่ไหว จำเป็นต้องนำเงินออมมาใช้ในช่วงสงกรานต์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียง “ของแพงช่วงเทศกาล” แต่เป็นบททดสอบสำคัญของรัฐในการรักษาสมดุลด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะต่อไป
 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรศักดิ์ มั่นศิลป์ ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพลชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีความกังวลเรื่องของแพงจนกระทบต่อค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่แพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว และยังเดือดร้อนอย่างมากจากวิกฤตราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ผลโพลยังสะท้อนให้เห็นว่าค่าน้ำมันแพงมีผลต่อการตัดสินใจออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์  

โดยประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าจะงดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหากเป็นไปตามผลโพลก็อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม เพราะตามปกติช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงที่ประชาชนจับจ่ายใช้สอยอย่างเต็มที่แหล่งเงินที่ประชาชนส่วนใหญ่จะนำมาใช้จ่ายในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้คือเงินออม โดยผลโพลคาดว่าจะใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 8,935.74 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจพอช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง ท้ายที่สุดการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและช่วยเหลือราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ความคาดหวังจึงตกไปอยู่ที่รัฐบาลว่าจะออกมาตรการต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องนี้ได้เพียงใด


 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img