หน้าแรกHighlight‘ซัพพลายเชน-ผู้ค้าส่ง’ทำ‘ดีเซลล่องหน’ กินส่วนต่างราคาแต่โยนบาปให้โรงกลั่น

‘ซัพพลายเชน-ผู้ค้าส่ง’ทำ‘ดีเซลล่องหน’ กินส่วนต่างราคาแต่โยนบาปให้โรงกลั่น

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“กูรูพลังงาน” จี้ “ก.พลังงาน” ไล่ตรวจสอบ “ซัพพลายเชน-จ็อบเบอร์” เพื่อหาต้นตอ “ดีเซลล่องหน” หายไปจากระบบ ฟันธงมีการกักตุน “ดีเซล” เพราะหวังกินส่วนต่างราคาและลอบขายเพื่อนบ้าน เหตุราคาขายในไทยมีราคาถูกกว่า เพราะมีการตรึงราคาขาย ประกาศปรับราคาล่วงหน้า 15 วัน ขณะที่โรงกลั่นฯเดินเครื่องเต็มสูงของกำลังผลิต-ขายออกเต็มที่ ไม่มีการเก็บสต็อกตามข่าวลือ หลังพบสถิติการขายโดดพุ่งสูงผิดปกติ 100 กว่าล้านลิตรต่อวัน จากปกติที่มียอดขายเฉลี่ย 65 ล้านลิตรต่อวัน

จากกรณีเกิดสถานการณ์น้ำมันดีเซลขาดแคลน และเกิดการกักตุนน้ำมันนั้น นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ประสานงานกับพลังงานจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด และกระทรวงมหาดไทยปูพรมตรวจในพื้นที่ต่าง ๆ

ด้านแหล่งข่าวจากแวดวงพลังงาน ระบุว่า จากข้อมูลพบความว่า มีความผิดปกติของปริมาณน้ำมันดีเซลจริง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มสูงขึ้นขณะที่มีนโยบายตรึงราคา โดยภายหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเมื่อวันที่ 3 มี.ค.69 ให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ราคา 29.94 บาทต่อลิตร ต่อเนื่อง 15 วัน โดยเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซล 2.77 บาทต่อลิตร มีผลวันแรก 4 มี.ค.69 ในช่วง 10 วันต่อมาในวันที่ 14 มี.ค.ก็เริ่มเกิดความโกลาหลมีน้ำมันดีเซลขาดปั๊ม ไม่มีให้ประชาชนเติม

เมื่อไปเทียบดูสถิติการขายน้ำมันในวันที่ 4 มี.ค.69 หลังประกาศตรึงดีเซล ณ 29.94 บาทต่อลิตร พบยอดการขายน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นทันทีเป็น 118.2 ล้านลิตร เพิ่มจากวันที่ 3 มี.ค.ซึ่งอยู่ที่ 88.63 ล้านลิตรเกือบเท่าตัว หรือเพิ่มขึ้นทันที 29.5 ล้านลิตร โดยสถิติยังสูงขึ้นต่อเนื่องแตะ 108.34 ล้านลิตรในวันที่ 5 มี.ค.และ 100 ล้านลิตรในวันที่ 6 มี.ค. ก่อนจะมาลดลงฮวบในวันที่ 8 มี.ค.เหลือ 67.4 ล้านลิตร แสดงให้เห็นว่า ยอดการขายดีเซลขึ้น ๆ ลง ๆ ในระดับ 30 ล้านลิตรใน 1 วัน ขณะที่ปกติยอดการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วเฉลี่ยของไทยปี 68 อยู่ที่ 65.03 ล้านลิตรต่อวัน 

โดยปัจจุบันน้ำมันดีเซลของไทย แม้จะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร (ณ วันที่ 21 มี.ค.69) แต่ก็ยังต่ำที่สุดในอาเซียน 1.23-20.66 บาทต่อลิตร ยกเว้นอินโดนีเซีย และบรูไน โดยราคาดีเซลของประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย ณ วันที่ 16 มี.ค.69 ประเทศมาเลเซียราคาน้ำมันอยู่ที่ 32.37 บาทต่อลิตร, สปป.ลาว 48.98 บาทต่อลิตร, เมียนมา 49.68 บาทต่อลิตร, กัมพูชา 51.80 บาทต่อลิตร

ขณะนี้หลายภาคส่วนต้องการให้มีการตรวจสอบน้ำมันดีเซลที่หายไปไหน แม้จะมีการห้ามส่งออกน้ำมันในวันที่ 6 มี.ค.69 แต่การป้องกันการรั่วไหลทำได้ 100% หรือไม่ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า น้ำมันดีเซลที่หายไปอาจมาจาก กรณีที่ 1 มีกรณีการกักตุนในจุดใดจุดหนึ่ง เพื่อ “กินส่วนต่างราคา” ในช่วงราคาดีเซลที่ตรึงไว้ 29.94 บาทต่อลิตรเป็นเวลานานถึง 15 วัน เพื่อรอขายในวันที่ภาครัฐปล่อยให้มีการปรับราคาขึ้น ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา ไม่มีการแจ้งปรับราคาล่วงหน้า เพราะกระทรวงพลังงานทราบดีว่า จะเกิดการกักตุนแน่นอน

2.สถานการณ์ “น้ำมันเถื่อน” แต่เดิมน้ำมันเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน เคยทะลักเข้ามาขายในประเทศไทยตามแนวชายแดน เพราะราคาถูกกว่า แต่ตอนนี้กลับกัน เมื่อรัฐบาลอุดหนุนราคาในประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันของไทยราคาต่ำกว่ามาเลเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีกรณีผู้ที่ใช้น้ำมันเถื่อน มาดึงน้ำมันดีเซลจากระบบไปใช้ หรืออาจลักลอบนำน้ำมันไทยส่งออกไปที่อื่น ๆ เพราะมีราคาถูกกว่า

ในส่วนของการโจมตี “โรงกลั่นน้ำมัน” นั้น ยืนยันว่า บรรดาโรงกลั่นน้ำมันทั้งหลาย ผลิตเต็มที่ ด้วยกำลังการผลิตที่เกินกว่า 100% ผลิตดีเซลเพิ่ม 7% จำหน่ายผลิตภัณฑ์ออกเต็มที่ ไม่มีการเก็บสต๊อก ทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เกินกว่าปกติ จนทำให้ผลิตภัณฑ์ของโรงกลั่น ซึ่งต้องมีการเก็บสำรองเพื่อการจำหน่ายและสำรองตามกฎหมายลดลงจากระดับปกติ 30% ขณะเดียวกันในส่วนของ “ปั๊ม ปตท.” เปิดขายน้ำมัน 24 ชม.ตลอด 7 วัน โดยบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ระบุว่า ในแต่ละวันขายน้ำมันดีเซลมากกว่าปกติ 35%

ดังนั้นจึงมีคำถามจากหลายภาคส่วนว่า กระทรวงพลังงานได้มีการไล่ตรวจสอบ “ซัพพลายเชน” ทั้งหมด รวมถึง “ผู้ค้าส่ง” (Jobber) อย่างจริงจังหรือไม่ เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลของไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเพื่อนบ้าน โดย “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” อุดหนุนสูงถึง 21.09 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาหน้าปั๊มตรึงไว้ที่ 30.44 บาทต่อลิตร ก่อนจะมีการปรับขึ้นขึ้นไปเป็นครั้งที่สองที่ 31.14 บาทต่อลิตรมีผลวันที่ 21 มี.ค. ดังนั้นหมายความว่า การกักตุนหรือโอกาสนำน้ำมันออกไปขายให้เพื่อนบ้าน อาจจะเกิดขึ้นได้

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของปั๊มน้ำมัน และสถานที่เก็บน้ำมันที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงานทุกแห่งอย่างใกล้ชิด และกำชับให้รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับที่มีการพบการกักตุนน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเข้าข่ายการกักตุนหรือไม่นั้น โดยเบื้องต้นพบความผิด ฐานไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบออกมาอย่างไร หากสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์จะร่วมดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการลงโทษผู้กระทำผิดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

“ได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค” นายอรรถพล กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img