หน้าแรกHighlightเตือน“สุกใส”ระบาดพบมากในภาคเหนือ “คร.”เผย3เดือนแรกป่วยแล้ว1.3หมื่นคน

เตือน“สุกใส”ระบาดพบมากในภาคเหนือ “คร.”เผย3เดือนแรกป่วยแล้ว1.3หมื่นคน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

กรมควบคุมโรค เตือนสุกใสระบาด พบมากในภาคเหนือ 3 เดือนแรกป่วยแล้ว 1.3 หมื่นคน ระบาด 6 คลัสเตอร์ ย้ำติดง่ายมาก แพร่ทางอากาศ หายแล้ว ทำเกิดงูสวัดตอนโต เครียด ภูมิตก

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.69 ที่กรมควบคุมโรค พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และโฆษกกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคอีสุกอีใส ในประเทศไทย ว่า ตั้งแต่ปี 2564 – 2568 พบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยปี 2568 พบผู้ป่วยสะสม 4.8 หมื่นราย พบมากในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนใหญ่พบในเด็กโตอายุ 12 ปี ส่วนผู้เสียชีวิต มี 1 ราย เป็นหญิง อายุ 58 ปี เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคสุกใส คือปอดอักเสบ นอกจากนี้ยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน 5 เหตุการณ์ คือสถานศึกษา เรือนจำ ศาสนสถาน สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก

โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -17 มี.ค. พบผู้ป่วยสะสม 1.3 หมื่นราย เฉลี่ยอายุ 12 ปี ยังไม่มีรายงานเสียชีวิต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 แต่พบว่าสถานการณ์ป่วยพอๆ กัน และสูงกว่าอัตราป่วยเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง โดยปีนี้พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนแล้ว 6 เหตุการณ์ ที่สถานศึกษา 5 เหตุการณ์ สถานเลี้ยงสงเคราะห์เด็กอ่อน 1 เหตุการณ์ พื้นที่ที่พบป่วยสูงสุดคือ ภาคเหนือ

พญ.จุไร กล่าวต่อว่า สำหรับโรคสุกใสเป็นโรคติดเชื้อไวรัส Varicella zoster virus (VZV) มีระยะฟักตัวนานถึง 21 วัน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อหลังหายแล้วเชื้อสามารถแฝงตัวในร่างกาย เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเครียดสามารถกลับมาก่อโรคในรูปแบบของงูสวัด มักพบในผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ การติดต่อสามารถแพร่ผ่านทางอากาศ คล้ายวัณโรค ดังนั้นค่อนข้างจะแพร่เร็ว รวมถึงการสัมผัสผิวหนังผู้ป่วยที่มีตุ่มน้ำก็สามารถติดเชื้อได้ ส่วนอาการมักจะมีไข้นำมาก่อน 1-2 วัน ปวดเมื่อตามตัว จากนั้นจะเริ่มมีตุ่ม เริ่มที่ลำตัว และจะกระจายไปที่ใบหน้า ศีรษะ แขนขา และลามได้ทั้งตัว ภาวะแทรกซ้อนคือ ปอดอักเสบ สมองอักเสบ อย่างที่พบในผู้ป่วยเสียชีวิต 1 รายเมื่อปี 2568

ประเด็นสำคัญการระบาดมักพบที่สถานศึกษา ดังนั้นต้องดูแลสุขอนามัย สภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย อากาศถ่ายเทดี ลดความแออัด กรณีห้องเรียนเป็นห้องแอร์ ควรมีเครื่องฟอกอากาศ นอกจากนี้การล้างมือบ่อยๆ งดใช้สิ่งของร่วมกัน เมื่อมีเด็กป่วย ควรสมหน้ากากอนามัย ทำความสะอาดโต๊ะเรียน ลูกบิดประตู ที่สำคัญคือคัดกรองก่อนเข้าเรียน หากมีตุ้มน้ำควรหยุดเรียน แล้วไปพบแพทย์ หยุดเรียนโดยประมาณ 5 วันหลังมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น สำหรับเด็กร่วมห้อง หากยังไม่เคยรับวัคซีน แนะนำให้รับวัคซีนป้องกัน ซึ่งตอนนี้ยังเป็นวัคซีนทางเลือก จึงมีค่าใช้จ่าย ฉีดได้ตั้งแต่ 1 ปี โดยเข็มแรก ฉีดตอนอายุ 1 – 1.5 ขวบ ฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4 ขวบ ส่วนเด็กโต หากไม่เคยเป็นสุกใสต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 4-8 สัปดาห์.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img