‘ดร.เชน’คิกออฟ Sandbox แก้จน 5 ด้าน ใช้วิทยาศาสตร์ช่วยหลุดพ้นความยากจน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ยศชนัน” ผนึก พม. ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด คิกออฟ Sandbox “แก้จน 5 ด้าน” ใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพาคนจนพ้นความยากจน สำเร็จแล้วจะขยายผลทั่วประเทศ

วันที่ 18 ก.ค.69 มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดปฏิบัติการ “แผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม 5 ด้าน ด้วย อววน.” (แผนแก้จน 5 ด้าน) ในรูปแบบ Sandbox นำร่องพื้นที่จริง โดยใช้องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความยากจนอย่างแม่นยำถึงระดับครัวเรือน หากประสบผลสำเร็จจะขยายผลสู่ทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 กระทรวง และผู้บริหารท้องถิ่น รวม ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วม

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หัวใจของ Sandbox ครั้งนี้คือ การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยใช้แพลตฟอร์มขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับจังหวัด (Provincial Poverty Alleviation Platform: PPAP) ที่มีมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นแกนกลาง เชื่อมโยงการทำงานกับจังหวัด ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และหน่วยงานรัฐทุกระดับ

ที่ผ่านมา ระบบข้อมูล PPPConnext ของกระทรวง อว. สามารถค้นหาและสอบทานครัวเรือนยากจนได้ 1,243,449 คน จาก 303,444 ครัวเรือน ใน 20 จังหวัด ทำให้พบ คนจนที่เคยตกหล่นจากระบบ และวิเคราะห์ปัญหาตามฐานทุน 5 ด้าน คือ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนการเงิน ทุนธรรมชาติ และทุนสังคม ก่อนออกแบบความช่วยเหลือรายครัวเรือน

ที่ผ่านมา แผนงานวิจัยนี้พัฒนา โมเดลแก้จนด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแล้วกว่า 458 โมเดล สร้างรายได้ให้คนยากจน 179,370 คน คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นรวม 979 ล้านบาท โดยมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมพร้อมขยายผลรวม 3,638 เทคโนโลยี ครอบคลุมด้านอาหารและการแปรรูป ประมง เกษตรกรรม และการเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุ ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งเป็นพื้นที่ Sandbox ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดได้ค้นหาและสอบทานครัวเรือนยากจนแล้ว 53,795 คน และดำเนินโครงการเด่นอย่างโมเดล “การผลิตผักปลอดภัยด้วยเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture)” ในอำเภอเกษตรวิสัยและอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ที่นำระบบ IoT เซนเซอร์ ระบบน้ำหยดอัตโนมัติ และการตลาดดิจิทัลมาช่วยเกษตรกร มีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 514 ครัวเรือน รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3,414 บาท/เดือน/ครัวเรือน เกษตรกรร้อยละ 27.4 เริ่มมีเงินออมเป็นครั้งแรก และร้อยละ 44.5 มีภาระหนี้สินลดลง

การลงพื้นที่ร่วมกันของสองกระทรวงครั้งนี้ สะท้อนการบูรณาการข้ามกระทรวงอย่างเป็นรูปธรรม โดยแผนแก้จน 5 ด้าน ครอบคลุม (1) เศรษฐกิจ: เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เชื่อมตลาด (2) มาตรฐานความเป็นอยู่: ยกระดับที่อยู่อาศัยและการรับมือภัยพิบัติ (3) สุขภาพ: ส่งต่อผู้เปราะบางเข้าสู่บริการและระบบดูแลต่อเนื่องในชุมชน (4) การศึกษา: ลดความยากจนข้ามรุ่น ติดตามเด็กเสี่ยงหลุดระบบ และ (5) การคุ้มครองทางสังคม: เชื่อมสิทธิ สวัสดิการ กองทุน และบริการภาครัฐ ซึ่งมิติด้านสุขภาพและการคุ้มครองทางสังคมจะทำงานประสานโดยตรงกับกลไกของกระทรวง พม. รพ.สต. อปท. และ อสม. ในพื้นที่

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า “การแก้จนด้วย อววน. คือการแก้จนด้วยความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ต้องร่วมกันสร้างกลไกความร่วมมือในพื้นที่ ศึกษาให้เข้าใจบริบทของครัวเรือนยากจนอย่างลึกซึ้ง และออกแบบให้เข้าถึงสวัสดิการสังคมและอาชีพที่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตัวเอง ที่จะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างพอเพียงและยั่งยืน”พร้อมย้ำว่า หาก Sandbox ที่ร้อยเอ็ดพิสูจน์ผลสำเร็จ รัฐบาลพร้อมขยายโมเดลนี้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้คนไทยทุกครัวเรือนหลุดพ้นจากความยากจนอย่างแท้จริง

ช่วงหนึ่ง นายนิกร ยังกล่าวต่อว่า กระทรวง พม. ได้พลิกโฉมการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา ด้วยการขับเคลื่อน “ฐานข้อมูลกลางผู้เปราะบาง” หรือ Social Map เพื่อชี้เป้าให้ความช่วยเหลือได้ตรงจุด ตรงคน และตรงเวลา โดยรับประกันว่าจะไม่มีใครตกหล่นจากการดูแลของรัฐอีกต่อไป พร้อมชูความสำเร็จ 4 ประการ ได้แก่ การบูรณาการฐานข้อมูลที่ช่วยให้กลุ่มเปราะบางรายใหม่กว่า 2.3 แสนคนได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, การเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ “พม. care”, การนำ AI มาช่วยสืบค้นข้อมูลในสายด่วน 1300 พร้อมระบบ Social Monitoring บนโลกออนไลน์ และการจัดตั้ง “ศูนย์สร้างสุข” ในทุกอำเภอทั่วประเทศ

นายนิกร กล่าวย้ำว่า ลำพังเพียงสวัสดิการจาก พม. อาจไม่เพียงพอ จึงต้องบูรณาการความร่วมมือกับ อว. ขับเคลื่อนนโยบาย “แก้จนรายพื้นที่” โดยทำการ Kick-off ปูพรมสำรวจพื้นที่นำร่องที่ร้อยเอ็ดเป็นแห่งแรก ด้วยเป้าหมายหลักคือการค้นหาและเติมคนที่ตกหล่นเข้าสู่ระบบการดูแลให้ครบ 100% และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสองกระทรวงเพื่อ “สร้างงาน สร้างอาชีพ” อย่างเป็นรูปธรรม โดย พม. จะดูแลเรื่องความเป็นอยู่และฐานรากของชีวิต ขณะที่ อว. จะนำเทคโนโลยีและวิชาชีพเข้าไปยกระดับทักษะ เพื่อให้ประชาชนสามารถยืนหยัดหาเลี้ยงครอบครัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ภายหลังการแถลงนโยบาย ได้มีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 11 โล่ จากนั้น นายนิกร ได้เป็นตัวแทนรับมอบข้อมูลครัวเรือนยากจนเพื่อการเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐของจังหวัดร้อยเอ็ดจากผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนที่คณะผู้บริหารจะร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เดินชมนิทรรศการ และลงพื้นที่พบปะพูดคุยให้กำลังใจตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย นักวิจัยโครงการ และนักศึกษาที่มาร่วมงานอย่างใกล้ชิด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img