หน้าแรกHighlightเทียบชัดๆ‘2 พรรค’ประกาศต้านทุนสีเทา ‘ปชป. vs ปชน.’พรรคใดมีน้ำหนักกว่ากัน

เทียบชัดๆ‘2 พรรค’ประกาศต้านทุนสีเทา ‘ปชป. vs ปชน.’พรรคใดมีน้ำหนักกว่ากัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” ชำแหละ แยกกันให้เห็นชัด ๆ 2 พรรค “ปชป.-ปชน.” พรรคไหนเคลื่อนไหว-ต่อต้าน “ทุนสีเทา-สแกมเมอร์” เห็นผลงานชัดเจน เย้ย “ปชน.” ชูแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” แต่กลายเป็น “มีเรา มีเทา” หลังผู้สมัคร สส.โดนตร.จับเอี่ยวคดีฟอกเงิน-ยาเสพติด ผิดกับ “ปชป.” เดินหน้ายื่นหลักฐานต่อ “ปปง.” เอาผิด “ขบวนการสีเทา” จนนำสู่การยึดทรัพย์

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “แยกกันให้ชัด พรรคไหนเทา?” มีรายละเอียดว่า…“ผมเห็นการรณรงค์หาเสียง การใช้แคมเปญในการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้งเกิดขึ้น 8 ก.พ.69 ดูบรรยากาศ ดูการเคลื่อนไหว ดูข้อความที่ใช้หาเสียง ทำให้นึกถึงการเมืองในยุคปี 2535 ซึ่งในตอนนั้น มีกระแสการเมืองที่แข่งขันกัน ระหว่าง “พรรคเทพ” กับ “พรรคมาร” มาถึงตอนนี้กระแสที่สังคมสนใจ และมีการถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันมาก จนเป็นประเด็นที่นำมาซึ่งการรณรงค์หาเสียง และเป็นที่สนใจของประชาชน คือกระแสการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มทุนสีเทา ทำให้มีการรณรงค์หาเสียงชูประเด็น เรื่องการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ หรือกลุ่มสีเทาของพรรคการเมือง

พรรคที่ประกาศชัด คือ “พรรคประชาชน” และ “พรรคประชาธิปัตย์” ส่วนพรรคการเมืองอื่น ๆ ก็อยู่ในลักษณะวางเฉย หรือต่อต้านแบบไม่ได้เปิดเป็นแคมเปญ หรือเอาจริงเอาจังกับการปราบแก๊งสีเทา ถ้าเปรียบเทียบกับพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเรื่องนี้ “พรรคประชาชน” ได้เปิดประเด็นมาตั้งแต่ต้น ในสมัยที่เป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ส่วน “พรรคประชาธิปัตย์” เริ่มเคลื่อนไหวชัดเจน ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเคลื่อนไหวแบบจริงจัง ยื่นข้อมูลหลักฐานเอาผิดกับขบวนการสีเทา หรือแก๊งสีเทาต่อ ปปง. จนนำมาซึ่งการประกาศยึดทรัพย์กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ทำให้เวทีการเมืองมีการเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มทุนสีเทา ทั้ง 2 พรรค คือ “พรรคประชาชน” กับ “พรรคประชาธิปัตย์”

แต่ล่าสุด “พรรคประชาชน” เกิดมีรอยตำหนิ รอยขีดข่วน หรือเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมตั้งคำถาม จากกรณีที่ผู้สมัคร สส.เขต 33 กรุงเทพมหานคร ถูกตำรวจจับข้อหาฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ กระแหนะกระแหนไปยัง “พรรคประชาชน” ว่า แคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” หรือ “มีเรา มีเทา” กันแน่ ซึ่งมีผลกระทบต่อ “พรรคประชาชน” พอสมควร เพราะ “พรรคประชาชน” เป็นพรรคการเมืองที่สร้างกระแส หรือรณรงค์หาเสียงด้วยวิธีการสร้างกระแส สร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน จนเป็นคะแนนนิยม แล้วแปรมาเป็นคะแนนเสียง มาถึงตอนนี้เมื่อถูก “กระแสตีกลับ” เรื่องมีผู้สมัคร สส.ของพรรคเกี่ยวข้องกับ “กลุ่มทุนสีเทา” หรือถูกข้อหาเกี่ยวกับ “คดีฟอกเงิน” เรื่อง “ยาเสพติด” พรรคจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องขอโทษต่อเรื่องที่เกิดขึ้น จะทำอย่างอื่นมากกว่านี้ก็เกินอำนาจหน้าที่ของพรรคประชาชน

ในทางการเมืองความรับผิดชอบ การขอโทษถือว่าเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง จึงทำให้กระแสเรื่องปราบแก๊งทุนสีเทาของ “พรรคประชาชน” อาจจะถูกตั้งข้อสังเกต หรือถูก “คู่แข่ง” นำมาโจมตีในตอนนี้ได้ ซึ่งแตกต่างกับในส่วนของ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ยังเดินหน้าอย่างเข้มข้นในการต่อต้าน “กลุ่มทุนสีเทา” และพยายามปลูกกระแสประชาชนคนทั้งประเทศให้ต่อต้าน เพราะกลุ่มทุนสีเทาคือของประเทศไทย ทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้การเคลื่อนไหวในเรื่องการต่อต้านทุนสีเทา การเปิดแคมเปญของ “พรรคประชาธิปัตย์” ดูเหมือนจะมีน้ำหนักกว่าของ “พรรคประชาชน” ในตอนนี้

แต่ถ้าหากว่ากระแสในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง การต่อต้านกลุ่มทุนสีเทาจุดติด ประโยชน์ทางการเมืองที่ได้รับ คือ พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img